Sodium Nitrite (โซเดียมไนไตรต)
โซเดียมไนไตรต (Sodium nitrite) เป็นสารประกอบอนินทรีย์เป็นผงผลึกสีขาวถึงเหลืองเล็กน้อย ละลายน้ำได้ดีและดูดความชื้นได้ดีมีคุณสมบัติป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่ทำให้อาหารเกิดการเน่าเสียและช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และนอกจากนี้ยังเป็นสารตั้งต้นของสารประกอบอินทรีย์หลายชนิด เช่น ยา สีย้อม และยาฆ่าแมลง
การใช้ประโยชน์
โซเดียมไนไตรท์หากร่างกายได้รับมากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยจะมีอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ความดันต่ำ และไนไตรท์ยังสามารถทำปฏิกิริยากับเอมีนในเนื้อสัตว์แปรรูป เมื่อผ่านการปรุงสุกสามารถเกิดเป็นสารก่อมะเร็งไนโตรซามีนขึ้นได้ ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงอนุญาตให้มีการใช้โซเดียมไนไตรท์ลงในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม
การใช้ประโยชน์
- อุตสาหกรรมเคมีโซเดียมไนไตรต์ถูกนำไปใช้ประโยชน์หลักในการผลิตสารประกอบ ออร์แกโนไนโตรเจนในอุตสาหกรรม เป็นสารตั้งต้นสำคัญของสีย้อมหลายชนิด เช่นสีไดอะโซสารประกอบไนไตรต์ผลิตจากไนไตรต์ ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมยาง และใช้เป็นสารเติมแต่งในจารบีที่ใช้ในเครื่องจักรอุตสาหกรรม เป็นต้น
- อุตสาหกรรมอาหารโซเดียมไนไตรต์ใช้เพื่อเร่งการบ่มเนื้อสัตว์ และทำหน้าที่เป็นสารกันเสียเนื่องจากสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ได้บางชนิด เช่น สปอร์ของเชื้อ Clostridium botulinum และ Clostridium perfringens นอกจากนี้การใช้โซเดียมในไตรต์พร้อมกับเกลือ จะทำให้เนื้อจะกลายเป็นสีแดงและเปลี่ยนเป็นสีชมพูเนื่องจากไนไตรต์ทำปฏิกิริยากับ ไมโอโกลบินของเนื้อสัตว์เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนสี โดยเปลี่ยนเป็นไนโตรโซไมโอโกลบินก่อน จากนั้นเมื่อได้รับความร้อนจะเปลี่ยนเป็นไนโตรโซเฮโมโครมซึ่งเป็นรงควัตถุที่ให้สีชมพู-แดง มักพบใช้ในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น แฮม เบคอน ไส้กรอก และโบโลญญา
- อุตสาหกรรมการแพทย์ และยา โซเดียมไนไตรต์ใช้เป็นยาควบคู่กับโซเดียมไทโอซัลเฟตเพื่อรักษาพิษไซยาไนด์ โดยโซเดียมไนไตรท์จะมีกลไกการออกฤทธิ์โดยตัวยาจะเข้าไปรวมตัวกับสารฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) ของเม็ดเลือดแดง จนกลายเป็นสารเมทเฮโมโกลบิน (Methemoglobin) ซึ่งจะไปรวมตัวกับสารไซยาไนด์ (Cyanide) และทำให้สารไซยาไนด์กลายเป็นสารที่ไม่มีพิษที่มีชื่อว่า ไซยันเมทฮีโมโกลบิน (Cyanmethemoglobin)
โซเดียมไนไตรท์หากร่างกายได้รับมากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยจะมีอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ความดันต่ำ และไนไตรท์ยังสามารถทำปฏิกิริยากับเอมีนในเนื้อสัตว์แปรรูป เมื่อผ่านการปรุงสุกสามารถเกิดเป็นสารก่อมะเร็งไนโตรซามีนขึ้นได้ ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงอนุญาตให้มีการใช้โซเดียมไนไตรท์ลงในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม
ความรู้เพิ่มเติม

Gellan gum (เจลแลนกัม)
เจลแลนกัม (Gellan gum) เป็นพอลิแซ็กคาไรด์กัมชนิดหนึ่งที่ได้จากการหมักโดยแบคทีเรีย Sphingomonas elodea มีชื่อเดิมว่า Pseudomonas elodea เป็นแบคทีเรียถูกค้นพบและแยกโดย Kelco Division ในปี พ.ศ. 2521 โดยเจลแลนกัมเป็นพอลิแซ็คคาไรดืประจุลบ ละลายน้ำได้
อ่าน

Stevia (หญ้าหวาน)
ช่วยเพิ่มความหวานให้อาหาร โดยหญ้าหวานสามารถให้ความหวานได้เท่าเดิมโดยใช้ตาลน้อยลง เหมาะสำหรับใส่ในน้ำอัดลม ชาเขียว ขนม แยม ไอศกรีม
อ่าน

Sorbitol (ซอร์บิทอล)
เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งมักเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลโดยให้ความหวานเทียบเท่ากับ 60% ของน้ำตาล สามารถให้พลังงานกับร่างกาย 2.6 กิโลแคลอรี/กรัม โดยซอร์บิทอลมีลักษณะเป็นสารประกอบของแข็งที่ไม่มีสี และไม่มีกลิ่น
อ่าน

Sodium erythorbate (โซเดียมอีริทอร์เบต)
เป็นเกลือโซเดียมของกรดอีริทอร์บิก (erythorbic acid) ซึ่งมีโครงสร้างเกี่ยวข้องกับกรดแอสคอร์บิก (ascorbic acid) หรือวิตามินซี (vitamin C) มีลักษณะเป็นผลึกสีขาว หรือไม่มีสี สามารถผลิตได้จากน้ำตาลที่ได้จากอ้อย หรือหัวบีทรูท
อ่าน

Raspberry Extract (ราสเบอร์รี่)
สารสกัดจากราสเบอร์รี่อุดมไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระมากมายหลายชนิด เช่น โพลีฟีนอล, แอนโธไซยานิน และกรดเอลลาจิก เป็นสารต้านสารอนุมูลอิสระทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัยบำรุงผิวให้สดใส
อ่าน

White kidney bean extract (สารสกัดจากถั่วขาว)
สารสำคัญที่ชื่อว่า สารสกัดฟาเซโอลามิน (Phaseolamin Extract) มีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะไมเลสโดยจะเข้าไปจับกับพันธะระหว่างโมเลกุลของแป้ง ทำให้เอนไซม์อะไมเลส ไม่สามารถย่อยแป้งให้กลายเป็นน้ำตาลได้ส่งผลให้อาหารจำพวกแป้ง
อ่าน

Xylose (ไซโลส)
ไซโลส (Xylose) เป็นน้ำตาลเพนโทสชนิดหนึ่งที่มีคาร์บอน 5 อะตอมเป็นน้ำตาลที่แยกได้จากพืชมักพบในรูปของเฮมิเซลลูโลสซึ่งเป็นพอลิเมอร์ของ D-Xylose ที่พบได้ในธรรมชาติ
อ่าน

Dextrose anhydrous (เดกซ์โทรสแอนไฮดรัส)
เป็นชื่อเรียกของผลึกกลูโคสซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่มีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิต เนื่องจากเซลล์ของสิ่งมีชีวิตใช้กลูโคสเป็นแหล่งของพลังงาน
อ่าน

Thiamine (ไทอะมิน)
ไทอะมีน (Thiamine) หรือ วิตามินบี 1 (Vitamin B1) เป็นสารอาหารที่จำเป็น ต่อการดำรงชีวิต มีหน้าที่สำคัญ คือ เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการเผาผลาญอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน
อ่าน

Vitamin B6 (วิตามินบี6)
เป็นสารเคมีที่จำเป็นต่อสมองและระบบประสาท มีผลต่อกระบวนการคิด พฤติกรรม และอารมณ์ ช่วยให้มีสมาธิจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดี
อ่าน

