Bilberry Extract (บิลเบอร์รี)
บิลเบอร์รี (Bilberry) เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กในตระกูลเบอร์รีลักษณะทั่วไปของบิลเบอร์รี คือ ผลไม้ลูกกลมขนาดเล็ก 1-2 เซนติเมตร คล้ายกับผลบลูเบอร์รี เปลือกด้านนอกสีน้ำเงินเข้ม เนื้อด้านในมีสีขาวแกมเขียว มีถิ่นกำเนิดทางตอนเหนือของทวีปยุโรป เอเชีย สหรัฐอเมริกา และแคนาดา มักนำมาใช้กินเพื่อบำรุงสุขภาพ เนื่องจากมีสารสำคัญหลายชนิด ซึ่งที่พบมากที่สุดคือ แอนโทไซยานิน มีสรรพคุณช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหลอดเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ และบำรุงสายตา โดยนอกจากกินผลสดแล้ว ยังนิยมนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร และอาหารเสริมบำรุงสุขภาพ
ประโยชน์ของบิลเบอร์รี่ และสารสกัดจากบิลเบอร์รี่
บิลเบอร์รีประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และให้วิตามินสูง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมภูมิคุ้มกัน และบำรุงระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกายตัวอย่างเช่น
ประโยชน์ของบิลเบอร์รี่ และสารสกัดจากบิลเบอร์รี่
บิลเบอร์รีประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และให้วิตามินสูง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมภูมิคุ้มกัน และบำรุงระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกายตัวอย่างเช่น
- สารไฟโตนิวเทรียนท์กลุ่มแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) สารที่ทำให้เกิดสีในผักผลไม้ ช่วยเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และลดกระบวนการออกซิเดชันของไขมันชนิด LDL
- แทนนิน (Tannins) มีคุณสมบัติช่วยสมานบาดแผล ต้านการอักเสบ บรรเทาอาการท้องเสียอาหารไม่ย่อย
- วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ เช่น วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 และวิตามินบี 6
- ช่วยบำรุงสายตา สารไฟโตนิวเทรียนท์กลุ่มแอนโทไซยานินสรรพคุณช่วยปกป้องจอประสาทตา ลดโอกาสการเกิดปัญหาจอประสาทตาเสื่อม โรคต้อหิน อาการตาล้าจากการใช้ดวงตาเป็นเวลานาน
- ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน เช่นเดียวกับผลไม้ตระกูลเบอร์รี่อื่น ๆ สารสกัดจากบิลเบอร์รี ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
- ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง บิลเบอร์รี่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากมายจึงช่วยลดการสะสมของสารอนุมูลอิสระในร่างกาย ป้องกันความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง
- ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และหลอดเลือด สารกลุ่มแอนโทไซยานินจากบิลเบอร์รีช่วยเพิ่มระดับ HDL (High-Density Lipoproteins) และลดระดับ LDL (Low-Density Lipoproteins) และยังมีวิตามินเคที่มีคุณสมบัติช่วยควบคุมการแข็งของเลือด อีกทั้งยังกระตุ้นการทำงานของระบบการไหลเวียนโลหิตให้ดียิ่งขึ้น
ความรู้เพิ่มเติม

Milk protein concentrate (MPC)
ใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหารหลากหลายด้าน เนื่องจากมีโปรตีน และสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายสูง เช่น นำไปเป็นส่วนผสมในอาหารสำหรับทารก เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาหารแช่แข็ง โยเกิร์ต ชีสและเบเกอรี
อ่าน

Vitamin K (วิตามินเค)
วิตามินเค จัดอยู่ในกลุ่มของวิตามินชนิดที่ละลายในไขมันเช่นเดียวกับวิตามินเอ, วิตามินดี และวิตามินอี วิตามินเคมีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือด ช่วยบำรุงรักษาเนื้อเยื่อ และกระดูก
อ่าน

Riboflavin (ไรโบฟลาวิน)
Riboflavin (ไรโบฟลาวิน) หรือวิตามินบี 2 พบได้ตามธรรมชาติ เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ผักใบเขียว ธัญพืช และถั่วชนิดต่าง ๆ
อ่าน

Vitamin C (วิตามินซี)
วิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid) เป็นวิตามินที่สามารถละลายในน้ำ เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้จำเป็นต้องได้รับวิตามินชนิดนี้จากการรับประทานจากอาหาร โดยมากวิตามินซีจะอยู่ในกลุ่มของอาหารประเภทผักและผลไม้ชนิดต่างๆ เช่น ฝรั่ง
อ่าน

Folate (วิตามินบี 9 หรือโฟเลต)
วิตามินบี 9 หรือโฟเลต (Folate) เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมีส่วนสำคัญในการช่วยสังเคราะห์ดีเอ็นเอ (DNA) อาร์เอ็นเอ (RNA) และสารพันธุกรรมอื่นๆ
อ่าน

Modified waxy maize starch
ด้วยคุณสมบัติของสตาร์ชที่เมื่อถูกความร้อนจะทำให้อาหารมีความข้น เหนียว จึงนิยมนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่นเพิ่มความข้นเหนียวให้ซอส ใส้ขนม และนำไปใช้เป็นส่วนผสมในเยลลี่ทำให้เยลลี่คงตัวไม่เสียรูป
อ่าน

Evening Primrose Oil (น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส)
อีฟนิงพริมโรส (Evening Primrose) คือ พืชในเขตหนาว มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ทวีปอเมริกาเหนือ ลักษณะทางกายภาพมีลำต้นสูง มีดอกสีเหลือง และกลีบบาง เมื่อบานแล้วกลีบจะแผ่กว้าง
อ่าน

Sodium Acetate (โซเดียมอะซิเตต)
โซเดียมอะซิเตต (Sodium acetate) ป็นเกลือชนิดหนึ่งที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างกรดอะซิติก (Acetic acid) กับโซเดียมไฮดรอกไซด์ (Sodium hydroxide) หรือโซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium bicarbonate) มีลักษณะเป็นผงผลึกสีขาวที่ไม่มีกลิ่นและละลายได้ในน้ำ
อ่าน

Malic acid (กรดมาลิก)
โดยทั่วไปแล้วกรดมาลิกจะให้รสชาติเปรี้ยวที่ชัดเจน มีความคงอยู่ของรสชาตินาน และให้รสเปรี้ยวที่คล้ายผลไม้ได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับกรดซิตริก หรือกรดมะนาว
อ่าน

Maltitol (มอลทิทอล)
เป็นสารให้ความหวานตระกูลพอลิออล หรือน้ำตาลแอลกอฮอล์เหมือนกับ Xylitol (ไซลิทอล) และ Sorbitol (ซอร์บิทอล) มีความหวานประมาณ 75–90% ของซูโครส และให้พลังงาน 2-3 กิโลแคลอรี่/กรัม
อ่าน

