VICCHI ENTERPRISE

Vitamin B6 (วิตามินบี6)

 วิตามินบี 6 (Vitamin B6) หรือไพริดอกซีน (Pyridoxine) เป็นสารอาหารซึ่งสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย เนื่องจากเป็นสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสารสื่อประสาท 2 ชนิดคือเซโรโทนินและนอร์อิพิเนฟริน เป็นสารเคมีที่จำเป็นต่อสมองและระบบประสาท มีผลต่อกระบวนการคิด พฤติกรรม และอารมณ์ ช่วยให้มีสมาธิจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดี นอกจากนี้ยังใช้รักษาและป้องกันการขาดวิตามินบี 6 โรคโลหิตจางแต่กำเนิด ที่เรียกว่าโรคเลือดจางชนิดซิเดโรบลาส (Sideroblastic Anemia) ภาวะขาดไพริดอกซีน ระดับสารโฮโมซีสทีนในเลือดสูง และอาการชักบางชนิดในเด็กแรกเกิด

ประโยชน์ของวิตามินบี 6
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย
  • ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ
  • ช่วยให้ร่างกายดูดซึมไขมันและโปรตีนได้ดี ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อระบบการทำงานของร่างกาย
  • ช่วยป้องกันโรคทางประสาทและโรคผิวหนัง ลดอาการกล้ามเนื้อหดเกร็ง ลดอาการตะคริว ป้องกันอาการชัก
  • ช่วยลดอาการง่วงซึมและอ่อนเพลียในตอนเช้า
  • ช่วยลดอาการปากแห้ง ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย

ปริมาณวิตามินบี 6 ที่แนะนำให้บริโภค
  • เพศชาย ช่วงอายุน้อยกว่า 50 ปีควรได้รับวิตามินบี 6 1.3 มก./วัน ในขณะที่ผู้ที่มีช่วงอายุมากกว่า 50 ปี ควรจะได้รับวิตามินบี 6 อยู่ที่ 1.7 มก./วัน
  • เพศหญิง ช่วงอายุน้อยกว่า 50 ปีควรได้รับวิตามินบี 6 1.3 มก./วัน และช่วงอายุมากกว่า 50 ปีควรได้รับ 1.5 มก./วัน แต่หากอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ควรได้รับวิตามินบี 6 เพิ่มเป็น 1.9 มก./วัน

ผลข้างเคียงจากการใช้วิตามินบี 6
โดยทั่วไปการใช้วิตามินบี 6 จะไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใด ๆ หากใช้ในปริมาณที่ถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตามการรับประทานวิตามินบี 6 อาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น อาการชา แต่หากพบว่ามีอาการ เป็นลมพิษ หายใจลำบาก หน้าบวม ริมฝีปากบวม แสดงว่าเกิดอาการแพ้วิตามินบี 6 ควรรีบไปพบแพทย์ หรือหากพบอาการป่วยอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อความปลอดภัย

ข้อควรแนะนำในการใช้วิตามินบี 6
  1. อ่านฉลากผลิตภัณฑ์เนื่องจากวิตามินบี 6 แต่ละยี่ห้อมีปริมาณไม่เท่ากันเพื่อป้องกันการใช้วิตามินบี 6 เกินขนาด
  2. ควรรับประทานวิตามินบี 6 พร้อมมื้ออาหาร และรับประทานติดต่อกันตามที่แพทย์สั่ง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  3. ควรรับประทานวิตามินบี 6 พร้อมมื้ออาหาร และรับประทานติดต่อกันตามที่แพทย์สั่ง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดทางการรักษา
  4. หากสงสัยว่ามีอาการแพ้ หรือมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์

 

ความรู้เพิ่มเติม

On this Website, we use cookie to understand how you interact with our Website and to enhance your user experience. You may accept all cookies or refuse cookies at Cookie Setting Center. Learn more >>