Thiamine (ไทอะมิน)
ไทอะมีน (Thiamine) หรือ วิตามินบี 1 (Vitamin B1) เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต มีหน้าที่สำคัญ คือ เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการเผาผลาญอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เป็นวิตามินที่อยู่ในกลุ่มวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ มักนำไปใช้รักษาและป้องกันภาวะขาดวิตามินบี 1 ซึ่งพบได้มากในผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง โรคคลั่งผอมรวมถึงใช้รักษาอาการเหน็บชา และกลุ่มอาการทางสมองจากการขาดวิตามินบี 1
ไทอะมีนมักพบขายทั่วไปในรูปของอาหารเสริมในรูปของแคปซูล หรือวิตามินรวม แต่สำหรับคนทั่วไปสามารถได้รับวิตามินได้จากอาหารที่รับประทานประเภทเนื้อสัตว์ เนื้อหมู ตับ ถั่วชนิดต่าง ๆ เป็นต้น
ประโยชน์ของไทอะมีน
1. ช่วยเผาผลาญอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ทำให้ร่างกายมีพลังงานไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
2. ใช้รักษาโรค เช่น ภาวะขาดวิตามินบี 1 และกลุ่มกลุ่มอาการทางสมองจากการขาดวิตามินบี 1, โรคคลั่งผอม และใช้รักษาอาการเหน็บชา
ปริมาณที่แนะนำต่อวัน
ไทอะมีน หรือวิตามินบี 1 มีปริมาณที่แนะนำในการใช้แตกต่างกันตามวัตถุประส่ง ในการใช้รักษาโรคควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์
ข้อควรปฏิบัติในการรับประทานไทอะมีน
ไทอะมีนเป็นสารอาหารที่ปลอดภัย และยังไม่มีรายงานอันตรายจากการใช้ไทอะมีนในปริมาณสูง หากร่างกายได้รับไทอะมีนมากเกินไปร่างกายจะไม่ถูกดูดซึมและถูกขับออกมาในปัสสาวะเกือบหมดภายใน 4 ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้ได้ประโยชน์จากไทอะมีนมากที่สุด ควรปฏิบัติดังนี้
1. ควรอ่านฉลากบรรจุภัณฑ์และปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด
2. ควรรับประทานวิตามินบี 1 พร้อมมื้ออาหาร
3. ก็บวิตามินไว้ที่อุณหภูมิห้อง ห่างจากความร้อน ความชื้น พ้นจากมือเด็ก และไม่ให้ยาสัมผัสแสงโดยตรง รวมถึงปิดฝาให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน และไม่รับประทานวิตามินที่หมดอายุ
4. เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดจากวิตามินบี 1 ไม่ควรลืมรับประทานตามเวลาที่แพทย์กำหนด หากลืมรับประทานและใกล้กับช่วงเวลาในการรับประทานวิตามินครั้งต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานตามเวลาและปริมาณปกติ ไม่ต้องเพิ่มปริมาณวิตามินเพื่อทดแทนครั้งที่ขาดไป
ไทอะมีนมักพบขายทั่วไปในรูปของอาหารเสริมในรูปของแคปซูล หรือวิตามินรวม แต่สำหรับคนทั่วไปสามารถได้รับวิตามินได้จากอาหารที่รับประทานประเภทเนื้อสัตว์ เนื้อหมู ตับ ถั่วชนิดต่าง ๆ เป็นต้น
ประโยชน์ของไทอะมีน
1. ช่วยเผาผลาญอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ทำให้ร่างกายมีพลังงานไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
2. ใช้รักษาโรค เช่น ภาวะขาดวิตามินบี 1 และกลุ่มกลุ่มอาการทางสมองจากการขาดวิตามินบี 1, โรคคลั่งผอม และใช้รักษาอาการเหน็บชา
ปริมาณที่แนะนำต่อวัน
ไทอะมีน หรือวิตามินบี 1 มีปริมาณที่แนะนำในการใช้แตกต่างกันตามวัตถุประส่ง ในการใช้รักษาโรคควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์
| วัตถุประสงค์ในการใช้ | ขนาดรับประทาน/วัน |
| รับประทานเป็นอาหารเสริม | ผู้ใหญ่ รับประทาน 50-100 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง เด็ก รับประทาน 0.5-1 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง ทารก รับประทาน 0.3-0.5 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง |
| รับประทานเพื่อป้องกันภาวะขาดวิตามิน บี 1 | ผู้ใหญ่รับประทานวันละ 10-25 มิลลิกรัม |
ข้อควรปฏิบัติในการรับประทานไทอะมีน
ไทอะมีนเป็นสารอาหารที่ปลอดภัย และยังไม่มีรายงานอันตรายจากการใช้ไทอะมีนในปริมาณสูง หากร่างกายได้รับไทอะมีนมากเกินไปร่างกายจะไม่ถูกดูดซึมและถูกขับออกมาในปัสสาวะเกือบหมดภายใน 4 ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้ได้ประโยชน์จากไทอะมีนมากที่สุด ควรปฏิบัติดังนี้
1. ควรอ่านฉลากบรรจุภัณฑ์และปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด
2. ควรรับประทานวิตามินบี 1 พร้อมมื้ออาหาร
3. ก็บวิตามินไว้ที่อุณหภูมิห้อง ห่างจากความร้อน ความชื้น พ้นจากมือเด็ก และไม่ให้ยาสัมผัสแสงโดยตรง รวมถึงปิดฝาให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน และไม่รับประทานวิตามินที่หมดอายุ
4. เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดจากวิตามินบี 1 ไม่ควรลืมรับประทานตามเวลาที่แพทย์กำหนด หากลืมรับประทานและใกล้กับช่วงเวลาในการรับประทานวิตามินครั้งต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานตามเวลาและปริมาณปกติ ไม่ต้องเพิ่มปริมาณวิตามินเพื่อทดแทนครั้งที่ขาดไป
ความรู้เพิ่มเติม

Demineralized whey powder (เวย์ผงชนิดลดแร่ธาตุ)
มีลักษณะเป็นผงสีขาว-เหลืองอ่อน ๆ กลิ่นหอมนม สามารถใช้แทนหางนมได้ เหมาะที่จะนำไปใช้กับอาหารที่ต้องการปรับลดแร่ธาตุ และขนมหวาน เช่น อาหารสำหรับเด็กทารก
อ่าน

Rosemary Extract (โรสแมรี่)
สารสกัดโรสแมรี่เป็นสารที่ได้จากการสกัดโรสแมรี่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น สารกลุ่มโพลีฟีนอล (Polyphenolic) ไดเทอร์พีน (Diterpine) และอนุพันธ์ของกรดคาเฟอิก (Caffeic acid derivative)
อ่าน

Bifidobacterium (บิฟิโดแบคทีเรียม)
บิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) เป็นแบคทีเรียตระกูล Actinomycetaceae ย้อมติดสีแกรมบวก รูปแท่งคล้ายตัวอักษรวาย ไม่สร้างสปอร์ ไม่เคลื่อนที่ ส่วนใหญ่ไม่ใช้ออกซิเจนในการเจริญ สามารถหมักน้ำตาลกลูโคสได้กรดซิตริก และกรดแลกติก
อ่าน

Butter milk powder (ผงบัตเตอร์มิลค์)
บัตเตอร์มิลค์ (Butter milk) คือของเหลวที่สกัดแยกออกมาในขั้นตอนการ
ทำเนย
ทำเนย
อ่าน

L-Carnitine (แอลคาร์นิทีน)
แอลคาร์นิทีน (L-CARNITINE) คือ กรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เองจากกรดอะมิโนจำเป็น 2 ชนิด คือ ไลซีน (Lysine) และ เมไธโอนีน (Methionine) มีบทบาทสำคัญในการ ลำเลียงกรดไขมันเข้าสู่ไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) ของเซลล์เพื่อให้ร่างกาย...
อ่าน

Sodium caseinate (โซเดียมแคซิเนต)
โซเดียมแคซิเนตนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์นม และไอศกรีม ด้วยมีคุณสมบัติที่อุ้มน้ำได้ดี มีผลทำเกิดความข้นหนืด และเกิดอิมัลชัน
อ่าน

Monk fruit extract (สารสกัดจากหล่อฮังก๊วย)
สารให้ความหวานในหล่อฮังก๊วยเป็นสารประกอบธรรมชาติที่ไม่มีแคลอรี่ และไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่ม ไม่กระทบกับอินซูลินในร่างกายจึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและผู้ต้องการควบคุมน้ำตาล
อ่าน

Vitamin E (วิตามินอี)
ช่วยยับยั้งการเสื่อมสภาพของผิว ช่วยชะลอความแก่ ลดเลือนริ้วรอย บำรุงผิวพรรณให้สดใส ทั้งยังส่งผลดีต่อกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้นและยังเป็นตัวช่วยในระบบกล้ามเนื้อและการทำงานของตับ
อ่าน

Malic acid (กรดมาลิก)
โดยทั่วไปแล้วกรดมาลิกจะให้รสชาติเปรี้ยวที่ชัดเจน มีความคงอยู่ของรสชาตินาน และให้รสเปรี้ยวที่คล้ายผลไม้ได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับกรดซิตริก หรือกรดมะนาว
อ่าน

Modified waxy maize starch
ด้วยคุณสมบัติของสตาร์ชที่เมื่อถูกความร้อนจะทำให้อาหารมีความข้น เหนียว จึงนิยมนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่นเพิ่มความข้นเหนียวให้ซอส ใส้ขนม และนำไปใช้เป็นส่วนผสมในเยลลี่ทำให้เยลลี่คงตัวไม่เสียรูป
อ่าน

