Sorbitol (ซอร์บิทอล)
ซอร์บิทอล (Sorbitol) เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งมักเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลโดยให้ความหวานเทียบเท่ากับ 60% ของน้ำตาล สามารถให้พลังงานกับร่างกาย 2.6 กิโลแคลอรี/กรัม โดยซอร์บิทอลมีลักษณะเป็นสารประกอบของแข็งที่ไม่มีสี และไม่มีกลิ่น มีชื่อทางเคมีหลายชื่อเช่น D-Sorbitol, Sorbitol D-Glucitol, Glucitol และ L-Gulitol สามารถพบได้ทั่วไปในธรรมชาติ เช่น ข้าวโพด แอปเปิ้ล เชอรี่ ลูกพรุน ข้าว และสามารถพบได้ในสาหร่ายทะเล
การผลิตซอร์บิทอล
ซอร์บิทอลมีกรรมวิธีการผลิตหลากหลายวิธี เช่น
1. การสกัดจากพืช โดยสกัดจากพืชผักและผลไม้ต่าง ๆ เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ และเชอรี่ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามซอรืบิทอลที่สกัดจากพืชในธรรมชาติไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในอุตสาหกรรม เนื่องจากใช้วัตถุดิบในปริมาณมาก
2. การผลิตโดยกระบวนรีดักชั่นทางเคมีโดยใช้สตาร์ชจากพืชจำพวกธัญพืช และมันสำปะหลังจนได้สารตั้งต้น คือ น้ำเชื่อมกลูโคสแล้วจึงทำปฏิกิริยาไฮโดรเจเนชันด้วยการเติมไฮโดรเจนให้กับโมเลกุลของน้ำตาลกลูโคส โดยมีนิเกิล เป็นแคตะลิส หรือตังเร่งปฏิกริยา

การนำไปใช้ประโยชน์
ในปัจจุบันซอร์บิทอลสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมได้หลากหลายชนิด เช่น
1. อุตสาหกรรมยา และการแพทย์สามารถใช้เป็นยาระบายและใช้เป็นยากระตุ้นถุงน้ำดี นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในการผลิตวิตามินซี และใช้เป็นสารให้ความหวานแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
2. อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ซอร์บิทอลมีคุณสมบัติป้องกันการระเหยของน้ำ ไม่เป็นอันตรายต่อผิวจึงนิยมใช้ผสมในเครื่องสำอาง เช่น ครีมทาผิว โลชั่นบำรุงผิว และเจลแต่งผม เป็นต้น
3. อุตสาหกรรมอาหาร ใช้เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลในอุตสาหกรรมผลไม้กระป๋อง ผลไม้แช่แข็ง เครื่องดื่มที่ให้พลังงานต่ำ ลูกกวาด ช๊อคโกแลต และคุกกี้ เบเกอรี่ เป็นต้น
4. อุตสาหกรรมเส้นใย และสิ่งทอ มักใช้ซอร์บิทอลทำให้เส้นใยมีความนุ่ม เหนียว และทนทาน
ข้อควรระวัง และข้อเสีย
ซอร์บิทอลเป็นสารให้ความหวานมีคุณสมบัติเป็นยาระบายอ่อน ๆ เนื่องจากดูดซึมได้ช้า และตกค้างมาเป็นอาหารของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่หากบริโภคในปริมาณมากอาจส่งผลข้างเคียงให้ผู้บริโภครู้สึกไม่สบายในช่องท้อง มีอาการท้องเสีย ปากแห้ง คลื่นไส้ อาเจียน บวมตามร่างกาย ร่างกายมีภาวะสูญเสียน้ำ หรือภาวะขาดน้ำ ภาวะขาดอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte) รวมถึงเกิดน้ำตาลในเลือดสูง ดังนั้นจึงควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม โดยองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐ อเมริกา/US. Food and Drug Administration/US. FDA แนะนำว่าการบริโภคซอร์บิทอลไม่ควรเกิน 50 กรัม/วัน
การผลิตซอร์บิทอล
ซอร์บิทอลมีกรรมวิธีการผลิตหลากหลายวิธี เช่น
1. การสกัดจากพืช โดยสกัดจากพืชผักและผลไม้ต่าง ๆ เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ และเชอรี่ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามซอรืบิทอลที่สกัดจากพืชในธรรมชาติไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในอุตสาหกรรม เนื่องจากใช้วัตถุดิบในปริมาณมาก
2. การผลิตโดยกระบวนรีดักชั่นทางเคมีโดยใช้สตาร์ชจากพืชจำพวกธัญพืช และมันสำปะหลังจนได้สารตั้งต้น คือ น้ำเชื่อมกลูโคสแล้วจึงทำปฏิกิริยาไฮโดรเจเนชันด้วยการเติมไฮโดรเจนให้กับโมเลกุลของน้ำตาลกลูโคส โดยมีนิเกิล เป็นแคตะลิส หรือตังเร่งปฏิกริยา

การนำไปใช้ประโยชน์
ในปัจจุบันซอร์บิทอลสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมได้หลากหลายชนิด เช่น
1. อุตสาหกรรมยา และการแพทย์สามารถใช้เป็นยาระบายและใช้เป็นยากระตุ้นถุงน้ำดี นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในการผลิตวิตามินซี และใช้เป็นสารให้ความหวานแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
2. อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ซอร์บิทอลมีคุณสมบัติป้องกันการระเหยของน้ำ ไม่เป็นอันตรายต่อผิวจึงนิยมใช้ผสมในเครื่องสำอาง เช่น ครีมทาผิว โลชั่นบำรุงผิว และเจลแต่งผม เป็นต้น
3. อุตสาหกรรมอาหาร ใช้เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลในอุตสาหกรรมผลไม้กระป๋อง ผลไม้แช่แข็ง เครื่องดื่มที่ให้พลังงานต่ำ ลูกกวาด ช๊อคโกแลต และคุกกี้ เบเกอรี่ เป็นต้น
4. อุตสาหกรรมเส้นใย และสิ่งทอ มักใช้ซอร์บิทอลทำให้เส้นใยมีความนุ่ม เหนียว และทนทาน
ข้อควรระวัง และข้อเสีย
ซอร์บิทอลเป็นสารให้ความหวานมีคุณสมบัติเป็นยาระบายอ่อน ๆ เนื่องจากดูดซึมได้ช้า และตกค้างมาเป็นอาหารของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่หากบริโภคในปริมาณมากอาจส่งผลข้างเคียงให้ผู้บริโภครู้สึกไม่สบายในช่องท้อง มีอาการท้องเสีย ปากแห้ง คลื่นไส้ อาเจียน บวมตามร่างกาย ร่างกายมีภาวะสูญเสียน้ำ หรือภาวะขาดน้ำ ภาวะขาดอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte) รวมถึงเกิดน้ำตาลในเลือดสูง ดังนั้นจึงควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม โดยองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐ อเมริกา/US. Food and Drug Administration/US. FDA แนะนำว่าการบริโภคซอร์บิทอลไม่ควรเกิน 50 กรัม/วัน
ความรู้เพิ่มเติม

Erythritol (อิริทริทอล)
อิริทริทอลไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดและระดับของอินซูลิน จึงมักนิยมใช้กับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
อ่าน

Transglutaminase (ทรานสกลูตามิเนส)
พบได้ในสิ่งมีชีวิตทั้งพืช สัตว์และจุลินทรีย์ มีหน้าที่ประสานให้เกิดโครงสร้างของโปรตีน (protein networking) เช่น ช่วยให้เลือดแข็งตัว ผสานโปรตีนให้เกาะตัวกันทำหน้าที่เป็นกาวติดเนื้อ (Meat glue)
อ่าน

Grape Seed Extract (สารสกัดจากเมล็ดองุ่น)
มีคุณสมบัติที่สำคัญในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง และละลายน้ำได้ดี
อ่าน

Acesulfame-K (อะซีซัลเฟมเค)
อะซีซัลเฟมเค (Acesulfame-K) เป็นชื่อทางเคมีของสารให้ความหวานที่ใช้ทดแทนน้ำตาล มีลักษณะเป็นผลึกละเอียดสีขาว
อ่าน

White kidney bean extract (สารสกัดจากถั่วขาว)
สารสำคัญที่ชื่อว่า สารสกัดฟาเซโอลามิน (Phaseolamin Extract) มีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะไมเลสโดยจะเข้าไปจับกับพันธะระหว่างโมเลกุลของแป้ง ทำให้เอนไซม์อะไมเลส ไม่สามารถย่อยแป้งให้กลายเป็นน้ำตาลได้ส่งผลให้อาหารจำพวกแป้ง
อ่าน

Sodium caseinate (โซเดียมแคซิเนต)
โซเดียมแคซิเนตนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์นม และไอศกรีม ด้วยมีคุณสมบัติที่อุ้มน้ำได้ดี มีผลทำเกิดความข้นหนืด และเกิดอิมัลชัน
อ่าน

Bacillus coagulans (บาซิลลัส โคแอกกูแลน)
Probiotic (โพรไบโอติก) จุลินทรีย์เชื้อดี กลุ่ม Lactobacillus spp. เป็นจุลินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพช่วยป้องกัน และลดอาการเกี่ยวกับโรคในระบบทางเดินอาหาร และลำไส้ เช่น อาการท้องผูก โรคลำไส้แปรปรวน ภาวะท้องเสียบ่อยๆ โดยไม่พบสาเหตุ
อ่าน

Bilberry Extract (บิลเบอร์รี)
มักนำมาใช้กินเพื่อบำรุงสุขภาพ เนื่องจากมีสารสำคัญหลายชนิด ซึ่งที่พบมากที่สุดคือ แอนโทไซยานิน มีสรรพคุณช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหลอดเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ และบำรุงสายตา
อ่าน

Whey protein powder (เวย์โปรตีน)
โปรตีนนมคุณภาพสูงที่สกัดจากน้ำนมวัวที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนในปริมาณสูงที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
อ่าน

Sucralose (ซูคราโลส)
มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาว สามารถละลายน้ำได้ มีรสชาติที่คล้ายคลึงกับน้ำตาลทราย จึงสามารถนำมาใช้ทดแทนน้ำตาลทรายได้
อ่าน

