Wheat starch (แป้งวีทสตาร์ช)
แป้งวีทสตาร์ช (Wheat starch) คือแป้งที่เป็นผลพลอยได้จากการผลิตวีทกลูเตน (Wheat gluten) โดยในกระบวนการผลิตวีทกลูเตนจะนำแป้งสาลีมาผสมน้ำ และนวดให้เกิดเป็นแป้ง dough จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดจะได้ส่วนที่ไม่ละลายน้ำจับตัวกันเป็นก้อนเรียกว่าวีทกลูเตน แต่ส่วนที่ถูกล้างออกไปจะประกอบด้วยแป้ง และไฟเบอร์ จากนั้นนำไปเข้าสู่กระบวนการแยกแป้ง และไฟเบอร์ออกจะได้ผลิตภัณฑ์ส่วนที่ 2 คือ ไฟเบอร์ และเพนโตซาน (Pentosan) ส่วนที่เป็นสารละลายแป้งที่เหลือนำไปทำให้เข้มข้นโดยการละเหยน้ำออก ทำให้แห้งจะได้เป็นวีทสตาร์ช
แผนผังกระบวนการผลิตวีทกลูเตน

ประเภทของแป้งวีทสตาร์ช
วีทสตาร์ชเมื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารจะช่วยปรับเนื้อสัมผัสทำให้อาหารเหนียวข้นขึ้น ช่วยให้เกิดเจลทำให้อาหารมีความชุ่มชื้น และทำให้อาหารมีความคงตัว สามารถแบ่งวีทสตาร์ชออกเป็น 2 ชนิดคือ
1. Native wheat starch เป็นวีทสตาร์ชธรรมชาติที่สกัดได้จากข้าวสาลียังคงมีกลูเตนเป็นองค์ประกอบ มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาว ไม่มีกลิ่น และไม่มีรสชาติ มักนำไปใช้ในอาหารที่ต้องการความข้น และความคงตัว เช่น คัสตาร์ด ซอส และอาหารกึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น
2. Modified wheat starch เป็นวีทสตาร์ชที่ผ่านกรรมวิธีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโดยวิธีการทางกายภาพ ทางเคมี หรือใช้เอนไซม์ทำให้มีคุณสมบัติเปลี่ยนไปตามที่ต้องการ เช่น ความหนืดลดลง คงตัวต่อความร้อน กรด และแรงเฉือน มักนิยมใช้ในสินค้าที่ผลิตในระดับอุตสาหกรรมทำให้สามารถเก็บได้นานในอุณภูมิต่ำ หรือทนต่อความร้อนทำให้สินค้าที่ได้ยังคงตัวแม้จะผ่านความร้อนในกระบวนการแปรรูป เช่น อาหารแช่แข็ง อาหารปรุงสำเร็จรูป เป็นต้น
การนำไปใช้ประโยชน์
ในอุตสาหกรรมอาหารวีทสตาร์ชมีคุณสมบัติช่วยทำให้ข้นหนืดและความคงตัวในซอส และเป็นส่วนผสมสำคัญในขนมปัง เค้ก คุกกี้ และเบเกอรีต่าง ๆ ทำหน้าที่เป็นตัวผสานทำให้เกิดอิมัลชันในอุตสาหกรรมเนื้อแปรรูป นอกจากจะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมเคมี และทางการแพทย์ แป้งวีทสตาร์ชถูกนำไปใช้เป็นตัวผสาน ทำให้เกิดความข้นหนืด และสารทำให้เกิดเจล

แผนผังกระบวนการผลิตวีทกลูเตน

ประเภทของแป้งวีทสตาร์ช
วีทสตาร์ชเมื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารจะช่วยปรับเนื้อสัมผัสทำให้อาหารเหนียวข้นขึ้น ช่วยให้เกิดเจลทำให้อาหารมีความชุ่มชื้น และทำให้อาหารมีความคงตัว สามารถแบ่งวีทสตาร์ชออกเป็น 2 ชนิดคือ
1. Native wheat starch เป็นวีทสตาร์ชธรรมชาติที่สกัดได้จากข้าวสาลียังคงมีกลูเตนเป็นองค์ประกอบ มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาว ไม่มีกลิ่น และไม่มีรสชาติ มักนำไปใช้ในอาหารที่ต้องการความข้น และความคงตัว เช่น คัสตาร์ด ซอส และอาหารกึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น
2. Modified wheat starch เป็นวีทสตาร์ชที่ผ่านกรรมวิธีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโดยวิธีการทางกายภาพ ทางเคมี หรือใช้เอนไซม์ทำให้มีคุณสมบัติเปลี่ยนไปตามที่ต้องการ เช่น ความหนืดลดลง คงตัวต่อความร้อน กรด และแรงเฉือน มักนิยมใช้ในสินค้าที่ผลิตในระดับอุตสาหกรรมทำให้สามารถเก็บได้นานในอุณภูมิต่ำ หรือทนต่อความร้อนทำให้สินค้าที่ได้ยังคงตัวแม้จะผ่านความร้อนในกระบวนการแปรรูป เช่น อาหารแช่แข็ง อาหารปรุงสำเร็จรูป เป็นต้น
การนำไปใช้ประโยชน์
ในอุตสาหกรรมอาหารวีทสตาร์ชมีคุณสมบัติช่วยทำให้ข้นหนืดและความคงตัวในซอส และเป็นส่วนผสมสำคัญในขนมปัง เค้ก คุกกี้ และเบเกอรีต่าง ๆ ทำหน้าที่เป็นตัวผสานทำให้เกิดอิมัลชันในอุตสาหกรรมเนื้อแปรรูป นอกจากจะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมเคมี และทางการแพทย์ แป้งวีทสตาร์ชถูกนำไปใช้เป็นตัวผสาน ทำให้เกิดความข้นหนืด และสารทำให้เกิดเจล

ความรู้เพิ่มเติม

Kiwi fruit Extract (สารสกัดจากกีวี่)
สารสกัดจากกีวี่ (Kiwifruit Extract) ประกอบไปด้วย โพแทสเซียม และกรดแอลฟาไลโนเลอิก ซึ่งเป็นกรดที่จำเป็นอยู่ในกลุ่มโอเมก้า 3 ที่พบได้ในพืช
อ่าน

Capsicum Oleoresin (สารสกัดจากพริก แคพไซซิน)
สารสกัดจากพริกที่มีชื่อว่า แคพไซซิน (capsaicin) ที่ให้ความเผ็ดร้อนช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น แก้หวัด ขับลม ช่วยสูบฉีดโลหิต ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ บำรุงธาตุ ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
อ่าน

Malic acid (กรดมาลิก)
โดยทั่วไปแล้วกรดมาลิกจะให้รสชาติเปรี้ยวที่ชัดเจน มีความคงอยู่ของรสชาตินาน และให้รสเปรี้ยวที่คล้ายผลไม้ได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับกรดซิตริก หรือกรดมะนาว
อ่าน

Sorbitol (ซอร์บิทอล)
เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งมักเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลโดยให้ความหวานเทียบเท่ากับ 60% ของน้ำตาล สามารถให้พลังงานกับร่างกาย 2.6 กิโลแคลอรี/กรัม โดยซอร์บิทอลมีลักษณะเป็นสารประกอบของแข็งที่ไม่มีสี และไม่มีกลิ่น
อ่าน

Vitamin C (วิตามินซี)
วิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid) เป็นวิตามินที่สามารถละลายในน้ำ เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้จำเป็นต้องได้รับวิตามินชนิดนี้จากการรับประทานจากอาหาร โดยมากวิตามินซีจะอยู่ในกลุ่มของอาหารประเภทผักและผลไม้ชนิดต่างๆ เช่น ฝรั่ง
อ่าน

Rosemary Extract (โรสแมรี่)
สารสกัดโรสแมรี่เป็นสารที่ได้จากการสกัดโรสแมรี่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น สารกลุ่มโพลีฟีนอล (Polyphenolic) ไดเทอร์พีน (Diterpine) และอนุพันธ์ของกรดคาเฟอิก (Caffeic acid derivative)
อ่าน

Folate (วิตามินบี 9 หรือโฟเลต)
วิตามินบี 9 หรือโฟเลต (Folate) เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมีส่วนสำคัญในการช่วยสังเคราะห์ดีเอ็นเอ (DNA) อาร์เอ็นเอ (RNA) และสารพันธุกรรมอื่นๆ
อ่าน

Lactobacillus (แลคโตบาซิลลัส)
จุลินทรีย์ขนาดเล็กชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์ มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ช่วยดูดซึมอาหาร ป้องกันโรค สังเคราะห์วิตามิน ที่จำเป็นต่อร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
อ่าน

Bifidobacterium (บิฟิโดแบคทีเรียม)
บิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) เป็นแบคทีเรียตระกูล Actinomycetaceae ย้อมติดสีแกรมบวก รูปแท่งคล้ายตัวอักษรวาย ไม่สร้างสปอร์ ไม่เคลื่อนที่ ส่วนใหญ่ไม่ใช้ออกซิเจนในการเจริญ สามารถหมักน้ำตาลกลูโคสได้กรดซิตริก และกรดแลกติก
อ่าน

Sodium tripolyphosphate (STPP)
เป็นเกลือโซเดียมของกรดไตรฟอสฟอริก มีลักษณะเป็นผงหรือเม็ดสีขาว ละลายน้ำได้
อ่าน

