Grape Seed Extract (สารสกัดจากเมล็ดองุ่น)
สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract) คือสารสกัดที่ได้จากเมล็ดองุ่นโดยนักชีวเคมีชาวฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1970 และได้ค้นพบสารชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยสารมีชื่อว่า โอลิโกเมอริก โปรแอนโธไซยานิดินส์ (Oligomeric Proanthocyanidins) หรือ OPCs เป็นสารสำคัญที่อยู่ในกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ มีคุณสมบัติที่สำคัญในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง และละลายน้ำได้ดี มีประสิทธิภาพช่วยในการปกป้องเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายจากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ รวมถึงมีประสิทธิภาพในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินซีถึง 20 เท่า และมากกว่าวิตามินอีถึง 50 เท่า
โดยส่วนใหญ่แล้วสารสกัดจากเมล็ดองุ่นมักได้มาจากเมล็ดที่อยู่ในองุ่นพันธุ์ Vitis vinifera เป็นองุ่นป่าที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ยุโรปกลางและตะวันออกเฉียงใต้ของเอเชียบริเวณทะเลคัสเปียน นิยมปลูกเพื่อกินแบบสดๆ นำไปหมักทำไวน์ แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงนำมาทำเป็นสารสกัดเพื่อใช้ในทางการแพทย์

ประโยชน์ของสารสกัดเมล็ดองุ่น
ข้อควรระวังในการใช้สารสกัดจากเมล็ดองุ่น
ปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ 100 มิลลิกรัม โดยรับประทานครั้งละ 50 มิลลิกรัม ช่วงเช้าและเย็นนอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการกินสารสกัดจากเมล็ดองุ่นในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เป็นโรคเลือดไหลไม่หยุด หรือก่อนเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากจะส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด และไม่ควรกินคู่กับยาลดความดันโลหิต ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น Warfarin (Coumadin), Clopidogrel (Plavix) รวมถึงแอสไพริน เพราะจะออกฤทธิ์ซ้ำกัน
โดยส่วนใหญ่แล้วสารสกัดจากเมล็ดองุ่นมักได้มาจากเมล็ดที่อยู่ในองุ่นพันธุ์ Vitis vinifera เป็นองุ่นป่าที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ยุโรปกลางและตะวันออกเฉียงใต้ของเอเชียบริเวณทะเลคัสเปียน นิยมปลูกเพื่อกินแบบสดๆ นำไปหมักทำไวน์ แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงนำมาทำเป็นสารสกัดเพื่อใช้ในทางการแพทย์

ประโยชน์ของสารสกัดเมล็ดองุ่น
- สร้างคอลลาเจน และบำรุงกระดูก สารฟลาโวนอยด์ในเมล็ดองุ่นมีประโยชน์ในการเสริมสร้างมวลกระดูก ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างกระดูก (Osteoclast) และยับยั้งการการทำงานของเซลล์สลายกระดูก (Osteoblast) อีกทั้งยังจับกับโครงสร้างคอลลาเจนโดยตรง และช่วยยับยั้งเอนไซม์คอลลาจีเนส (Collagenase) และอิลาสเตส (Elastase) ที่เป็นตัวทำลายและสลายคอลลาเจน
- สร้างภูมิคุ้มกัน สารสกัดจากเมล็ดองุ่นมีวิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น สารโปรแอนโทไซยานิดิน (Proanthocyanidins) ไฟโตนิวเทรียนท์กลุ่มฟลาโวนอยด์มีประสิทธิภาพ มากว่าวิตามินซี วิตามินอี และเบต้าแคโรทีน ช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพ และยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชันช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย
- บำรุงหัวใจ และหลอดเลือด สารสกัดเมล็ดองุ่นมีส่วนช่วยลดระดับ LDL-Cholesterol ยับยั้งการเกาะตัวของคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือด จึงป้องกันหลอดเลือดอุดตัน และเพิ่มความสามารถในการไหลเวียนของโลหิตส่งเสริมให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ไม่เปราะหรือแตกหักง่าย เนื่องจาก OPCs สามารถรวมตัวกับคอลลาเจนของผนังหลอดเลือดได้ดีช่วยบรรเทาอาการเส้นเลือดขอดหรือโป่งพองได้
- ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง
- ช่วยลดริ้วรอย ฝ้าและกระให้จางลง โดย OPCs จะช่วยต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายคอลลาเจนอิลาสตินและการผลิตเม็ดสี อันเป็นสาเหตุทำให้ผิวเสื่อมสภาพ และเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร
- ป้องกันโรคสมองเสื่อมหรือ อัลไซน์เมอร์ โดยที่ OPCs จะเข้าไปขัดขวางการทำลายเซลล์สมองจากอนุมูลอิสระ
ข้อควรระวังในการใช้สารสกัดจากเมล็ดองุ่น
ปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ 100 มิลลิกรัม โดยรับประทานครั้งละ 50 มิลลิกรัม ช่วงเช้าและเย็นนอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการกินสารสกัดจากเมล็ดองุ่นในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เป็นโรคเลือดไหลไม่หยุด หรือก่อนเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากจะส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด และไม่ควรกินคู่กับยาลดความดันโลหิต ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น Warfarin (Coumadin), Clopidogrel (Plavix) รวมถึงแอสไพริน เพราะจะออกฤทธิ์ซ้ำกัน
ความรู้เพิ่มเติม

Erythritol (อิริทริทอล)
อิริทริทอลไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดและระดับของอินซูลิน จึงมักนิยมใช้กับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
อ่าน

I+G (ใช้เพื่อปรุงแต่งรสอาหาร)
ใช้เพื่อปรุงแต่งรสอาหารจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับ ผงชูรส (Monosodium glutamate) ให้รสอูมามิ (Umami) โดยออกฤทธิ์แรงกว่าผงชูรส 50-100 เท่า
อ่าน

Vitamin K (วิตามินเค)
วิตามินเค จัดอยู่ในกลุ่มของวิตามินชนิดที่ละลายในไขมันเช่นเดียวกับวิตามินเอ, วิตามินดี และวิตามินอี วิตามินเคมีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือด ช่วยบำรุงรักษาเนื้อเยื่อ และกระดูก
อ่าน

Elderberry Extract (เอลเดอร์เบอร์รี่)
เอลเดอร์เบอร์รี่ (Elderberry) เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือผลมีสีม่วงเข้ม มีรสชาติหวานและมีรสฝาด จึงนิยมรับประทานคู่กับผลไม้อื่น
อ่าน

Potato starch (แป้งมันฝรั่ง)
สตาร์ชจากมันฝรั่งมีคุณสมบัติช่วยอุ้มน้ำได้ดี ช่วยทำให้ส่วนผสมและเครื่องปรุงจับตัวกับเนื้อสัตว์ผสมเป็นเนื้อเดียวกัน และช่วยเพิ่มความข้นเหนียวในอาหารนำไปใช้ทำ ซอส ซุป ไส้ขนมและน้ำเกรวี่
อ่าน

Pomegranate Extract (สารสกัดจากผลทับทิม)
มีประโยชน์ต่อสุขภาพช่วยป้องกันหรือรักษาปัจจัยเสี่ยงของโรคต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง ความเครียด ช่วยลดน้ำตาลในเลือด และลดการอักเสบ
อ่าน

Monosodium glutamate (MSG) (ผงชูรส/มอโนโซเดียมกลูตาเมต)
Monosodium glutamate (MSG) ผงชูรสจัดเป็นวัตถุเจือปนอาหาร (food additive) มีลักษณะเป็นผงผลึกสีขาว ไม่มีกลิ่น นิยมใช้เป็นเครื่องปรุงรสและสารเพิ่มรสชาติอูมามิในอาหาร
อ่าน

Modified waxy maize starch
ด้วยคุณสมบัติของสตาร์ชที่เมื่อถูกความร้อนจะทำให้อาหารมีความข้น เหนียว จึงนิยมนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่นเพิ่มความข้นเหนียวให้ซอส ใส้ขนม และนำไปใช้เป็นส่วนผสมในเยลลี่ทำให้เยลลี่คงตัวไม่เสียรูป
อ่าน

Sodium tripolyphosphate (STPP)
เป็นเกลือโซเดียมของกรดไตรฟอสฟอริก มีลักษณะเป็นผงหรือเม็ดสีขาว ละลายน้ำได้
อ่าน

Gellan gum (เจลแลนกัม)
เจลแลนกัม (Gellan gum) เป็นพอลิแซ็กคาไรด์กัมชนิดหนึ่งที่ได้จากการหมักโดยแบคทีเรีย Sphingomonas elodea มีชื่อเดิมว่า Pseudomonas elodea เป็นแบคทีเรียถูกค้นพบและแยกโดย Kelco Division ในปี พ.ศ. 2521 โดยเจลแลนกัมเป็นพอลิแซ็คคาไรดืประจุลบ ละลายน้ำได้
อ่าน

