VICCHI ENTERPRISE

Acerola cherry Extract (สารสกัดจากอะเซโรลาเชอร์รี่)

อะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry) เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็กมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของซีกโลกตะวันตก โดยจะออกดอกในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤศจิกายน ผลอะเซโรลาจะมีลักษณะคล้ายผลเชอร์รี่ มีรสเปรี้ยว หวานเล็กน้อย และมีรสฝาด โดยอะเซโรลาเชอร์รี่ขึ้นชื่อว่าเป็น ราชินีแห่งวิตามินซี เนื่องจากผลไม้ชนิดนี้มีวิตามินซีหรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid) สูงโดยพบว่าผลสด 100 กรัม (100,000 mg) จะให้วิตามินซีประมาณ 1,500-4,500 มก.

สำหรับในประเทศไทยจะพบอะเซโรลาได้ในรูปแบบวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่านั้น เนื่องจากอะเซโรลาเชอร์รี่เป็นผลไม้ที่ปลูกได้เฉพาะในบางพื้นที่ และหลังเก็บเกี่ยวก็เน่าเสียได้ง่ายจึงไม่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นในประเทศไทย

ปริมาณสารอาหารในอะเซโรราเชอร์รี่ปริมาณ 100 กรัม
พลังงาน 32 แคลอรี (kcal)
วิตามินบี 6 (Pyridoxine) 0.009 มิลลิกรัม
โปรตีน 0.4 กรัม
โฟเลต (Folate) 14 ไมโครกรัม
คาร์โบไฮเดรต 7.69 กรัม
แคลเซียม 12 มิลลิกรัม
ไฟเบอร์ 1.1 กรัม
ฟอสฟอรัส 11 มิลลิกรัม
วิตามินซี 1680 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม 146 มิลลิกรัม
วิตามินเอ 767 หน่วยสากล
โซเดียม 7 มิลลิกรัม
วิตามินบี 1 (Thiamin) 0.02 มิลลิกรัม
สังกะสีหรือซิงค์ 0.1 มิลลิกรัม
วิตามินบี 2 (Riboflavin) 0.06 มิลลิกรัม
ทองแดง 0.086 มิลลิกรัม
วิตามินบี 3 (Niacin) 0.4 มิลลิกรัม
ซีลีเนียม 0.6 ไมโครกรัม
วิตามินบี 5 (Pantothenic acid) 0.309 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของสารสกัดจากอะเซโรราเชอร์รี่
  • มีวิตามินซีสูง โดยวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และมีส่วนในการสร้างคอลลาเจนช่วยส่งเสริมให้ผิวมีสุขภาพดี ทำให้ผิวอ่อนเยาว์ มีความยืดหยุ่น เปล่งปลั่ง ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี ลดปัญหาริ้วรอยก่อนวัย และแก้ปัญหาสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ
  • นอกจากนี้วิตามินซีเป็นสารสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันทำให้ร่างกายแข็งแรง
  • อุดมไปด้วยสารต้านอณุมูลอิสระหลากหลายชนิด เช่นวิตามินเอ วิตามินซี แคโรทีนอยด์ ฟลาโวนอยด์ และกรดฟีนอลิก สามารถยั้บยังปฏิกิริยาออกซิเดชันที่เกิดจากความเครียดซึ่งนำไปสู่การเสื่อมสภาพของผิว และร่างกายวยป้องกันหรือลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง เป็นต้น

ข้อควรระวังในการใช้สารสกัดจากอะเซโรราเชอร์รี่
หากกินผลิตภัณฑ์ที่มีอะเซโรลาเชอร์รีมากเกินไป อาจประสบปัญหาเรื่องของระบบย่อยอาหารไม่ปกติ เช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเสีย ท้องร่วง ง่วงนอน หรือนอนไม่หลับได้ โดยเฉพาะในผู้ที่กระเพาะไวต่อความเป็นกรด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหรืออาการผิดปกติของร่างกาย ควรกินในปริมาณที่รวมกับวิตามินแล้วไม่เกิน 2,000 มก. ต่อวัน

 

ความรู้เพิ่มเติม

On this Website, we use cookie to understand how you interact with our Website and to enhance your user experience. You may accept all cookies or refuse cookies at Cookie Setting Center. Learn more >>