Maltodextrin (มอลโตเดกซ์ตริน)
มอลโตเดกซ์ตริน (Maltodextrin) เป็นสารที่อยู่ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ถูกจัดอยู่ในประเภทของพอลิแซคคาไรด์ มีลักษณะเป็นผงหรือเกล็ดสีขาว ไม่มีรสชาติหรือมีรสชาติหวานเล็กน้อยสามารถละลายน้ำได้ดีมักถูกใช้เป็นวัตถุในการเติมแต่งหรือเพิ่มปริมาณในอาหารชนิดต่าง ๆ เช่น ผงชงดื่ม อาหารเสริม ผงปรุงรส เป็นต้น
วิธีการผลิตมอลโตเดกซ์ตริน
ผลิตได้จากการนำแป้งชนิดต่าง ๆ เช่น แป้งมันสำปะหลัง แป้งข้าวสาลี แป้งข้าวเจ้าต่าง ๆ นำมาผ่านกระบวนการไฮโดรไลซิสด้วยน้ำ กรด และเอนไซม์ เช่น เอนไซม์อะไมเลส จากนั้นจะได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นผงสีขาวที่ประกอบไปด้วยโมเลกุลของน้ำตาลออกมา
ประเภทของมอลโตเดกซ์ตริน
การแบ่งประเภทของมอลโตเดกซ์ตริน จะแบ่งตามค่าสมมูลเดกซ์โทรส (Dextrose Equivalent,DE) คือ ปริมาณร้อยละของน้ำตาลรีดิวซ์ (คือ น้ำตาลที่มีหมู่แอลดีไฮด์ หรือหมู่คีโตนอิสระภายในโมเลกุล ทำให้ถูกออกซิไดส์ได้ง่าย ) ซึ่งคิดเป็นปริมาณน้ำตาลเดกซ์โทรสที่มีอยู่ในคาร์โบไฮเดรตทั้งหมด ในทางอุตสาหกรรมอาหารจะจะใช้ค่า DE ในการบอกถึงระดับการย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาล โดยค่าแป้งจะมีค่า DE ที่ 0 และน้ำตาลจะมีค่า DE ที่ 100 ซึ่งใช้เป็นค่าบอกความหวาน ค่า DE ที่สูงจะมีความหวานที่มากกว่า เนื่องจากแสดงถึงโมเลกุลของแป้งที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นน้ำตาล มอลโตเดกซ์ตริน ถูกแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
มอลโตเดกซ์ตริน (Maltodextrin) มีการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารอย่างกว้างขวาง เช่น
ในด้านสุขภาพ มอลโตเด็กซ์ตรินสามารถใช้เป็นสารเพิ่มความหวานแทนน้ำตาลไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน อาหารที่ต้องการไขมันต่ำ เช่น
มอลโตเดกซ์ทรินเป็นพอลิแซคคาไรด์ที่ประกอบด้วยกลูโคสต่อกันด้วยพันธะα(1→4) glycosidic ตั้งแต่ 3-17 โมเลกุลผสมกัน ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายบางส่วนจะถูกย่อยสลายในปากด้วยเอนไซม์แอลฟา-อะไมเลสได้เป็นมอลโทสและกลูโคสบ้างเล็กน้อย และเมื่อไปถึงกระเพาะอาหารสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตจะไม่ถูกย่อยสลายในกระเพาะอาหารเนื่องจากในกระเพาะอาหารมีค่า pH ประมาณ 1-3 ซึ่งมีความเป็นกรดที่จะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะไมเลส จากนั้นมอลโตเดกซ์ทรินจะถูกส่งต่อไปยังลำไส้เล็กที่มีเอนไซม์ 1,6 กลูโคซิเดส, มอลเทส, แลคเทส และซูเครส ที่ย่อยสลายน้ำตาลกลุ่มไดแซคคาไรด์ให้เป็นโมโนแซคคาไรด์และดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อใช้เป็นพลังให้กับร่างกาย ซึ่งเมื่อเทียบกับแป้งแล้ว มอลโตเดกซ์ทรินจะสามารถย่อยสลายและดูดซึมได้เร็วกว่าเนื่องจากเป็นพอลิแซคคาไรด์สายสั้นประกอบด้วยโมเลกุลกลูโคส 3 - 17โมเลกุลในขณะที่แป้งและไกลโคเจนประกอบด้วยกลูโคสหลายพันโมเลกุลต่อกันเป็นสายยาวและแตกกิ่งก้าน
ข้อมูลทางโภชนาการ
วิธีการผลิตมอลโตเดกซ์ตริน
ผลิตได้จากการนำแป้งชนิดต่าง ๆ เช่น แป้งมันสำปะหลัง แป้งข้าวสาลี แป้งข้าวเจ้าต่าง ๆ นำมาผ่านกระบวนการไฮโดรไลซิสด้วยน้ำ กรด และเอนไซม์ เช่น เอนไซม์อะไมเลส จากนั้นจะได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นผงสีขาวที่ประกอบไปด้วยโมเลกุลของน้ำตาลออกมา
ประเภทของมอลโตเดกซ์ตริน
การแบ่งประเภทของมอลโตเดกซ์ตริน จะแบ่งตามค่าสมมูลเดกซ์โทรส (Dextrose Equivalent,DE) คือ ปริมาณร้อยละของน้ำตาลรีดิวซ์ (คือ น้ำตาลที่มีหมู่แอลดีไฮด์ หรือหมู่คีโตนอิสระภายในโมเลกุล ทำให้ถูกออกซิไดส์ได้ง่าย ) ซึ่งคิดเป็นปริมาณน้ำตาลเดกซ์โทรสที่มีอยู่ในคาร์โบไฮเดรตทั้งหมด ในทางอุตสาหกรรมอาหารจะจะใช้ค่า DE ในการบอกถึงระดับการย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาล โดยค่าแป้งจะมีค่า DE ที่ 0 และน้ำตาลจะมีค่า DE ที่ 100 ซึ่งใช้เป็นค่าบอกความหวาน ค่า DE ที่สูงจะมีความหวานที่มากกว่า เนื่องจากแสดงถึงโมเลกุลของแป้งที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นน้ำตาล มอลโตเดกซ์ตริน ถูกแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
- มอลโตเดกซ์ตรินที่มีค่า DE ต่ำ จะมีค่าระหว่าง 5-20
- มอลโตเดกซ์ตรินที่มีค่า DE สูง จะมีค่ามากกว่า 20 ขึ้นไป
มอลโตเดกซ์ตริน (Maltodextrin) มีการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารอย่างกว้างขวาง เช่น
- ใช้เป็นสารทดแทนไขมัน เช่น ผลิตภัณฑ์ประเภทเบเกอรี ไอศกรีม หรือผลิตน้ำสลัดไขมันต่ำ
- เป็นส่วนผสมของเวย์โปรตีน
- ป้องกันการเกาะตัวเป็นก้อนของส่วนผสม
- ให้ความหนืด หรือเพิ่มเนื้อในอาหารที่ผ่านกระบวนการทำแห้ง เช่น อาหารผง
หรือเครื่องดื่มผง - เพิ่มปริมาณของผลิตภัณฑ์ เช่น เพิ่มน้ำหนักในกาแฟปรุงสำเร็จชนิดผง
- ใช้ในการทำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะสามารถทำปฏิกิริยากับยีสต์และสร้างแอลกอฮอล์
- เป็นสารให้ความหวานเทียมในอาหาร เช่น โยเกิร์ต ขนมปัง เบียร์
ในด้านสุขภาพ มอลโตเด็กซ์ตรินสามารถใช้เป็นสารเพิ่มความหวานแทนน้ำตาลไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน อาหารที่ต้องการไขมันต่ำ เช่น
- ช่วยดูดซึมโปรตีน และส่งเสริมการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ
- นำมาปั่นอาหารให้กับผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางสายยาง
- ใช้ผสมกับโปรตีนในอาหาร และเครื่องดื่มของผู้ป่วยก่อนการผ่าตัด
- ใช้แทนน้ำตาลสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน
มอลโตเดกซ์ทรินเป็นพอลิแซคคาไรด์ที่ประกอบด้วยกลูโคสต่อกันด้วยพันธะα(1→4) glycosidic ตั้งแต่ 3-17 โมเลกุลผสมกัน ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายบางส่วนจะถูกย่อยสลายในปากด้วยเอนไซม์แอลฟา-อะไมเลสได้เป็นมอลโทสและกลูโคสบ้างเล็กน้อย และเมื่อไปถึงกระเพาะอาหารสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตจะไม่ถูกย่อยสลายในกระเพาะอาหารเนื่องจากในกระเพาะอาหารมีค่า pH ประมาณ 1-3 ซึ่งมีความเป็นกรดที่จะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะไมเลส จากนั้นมอลโตเดกซ์ทรินจะถูกส่งต่อไปยังลำไส้เล็กที่มีเอนไซม์ 1,6 กลูโคซิเดส, มอลเทส, แลคเทส และซูเครส ที่ย่อยสลายน้ำตาลกลุ่มไดแซคคาไรด์ให้เป็นโมโนแซคคาไรด์และดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อใช้เป็นพลังให้กับร่างกาย ซึ่งเมื่อเทียบกับแป้งแล้ว มอลโตเดกซ์ทรินจะสามารถย่อยสลายและดูดซึมได้เร็วกว่าเนื่องจากเป็นพอลิแซคคาไรด์สายสั้นประกอบด้วยโมเลกุลกลูโคส 3 - 17โมเลกุลในขณะที่แป้งและไกลโคเจนประกอบด้วยกลูโคสหลายพันโมเลกุลต่อกันเป็นสายยาวและแตกกิ่งก้าน
ข้อมูลทางโภชนาการ
| Energy | 1619 kj |
| Moisture | 4.9 g |
| Fat | 0.1 g |
| Carbohydrate | 95.0 g |
| Protein | < 0.1 g |
| Sodium | < 0.1 mg |
ความรู้เพิ่มเติม

Potassium Sorbate (โพแทสเซียมซอร์เบต)
โพแทสเซียมซอร์เบต (Potasium sorbate) เป็นสารกันเสียที่เป็นเกลือของกรดซอร์บิค มีลักษณะเป็นผลึกสีขาว ไม่มีกลิ่น สามารถละลายได้ในน้ำ มักนำมาใช้เป็นสารกันเสียยับยั้งการเจริญของราและยีสต์ในอาหารหลายชนิด เช่น ชีส ไวน์ โยเกิร์ต เนื้อแห้ง น้ำแอปเปิลไซเดอร์
อ่าน

Sugar (น้ำตาลทราย)
มักนำมาใช้เป็นสารให้ความหวาน ส่วนใหญ่พบอยู่ในพืชและผลไม้หลายชนิด แต่ที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตน้ำตาลทางการค้า คือ อ้อย และหัวบีท (beat root)
อ่าน

Goji berry Extract (สารสกัดโกจิเบอร์รี่)
ซูเปอร์ฟรุต (Super Fruit) ไม่ว่าจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(Anti-Oxidant) ในกลุ่มโพลิฟีนอล(Polyphenol) และ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid)
อ่าน

Methyl Cellulose (เมทิลเซลลูโลส)
เมทิลเซลลูโลส (Methyl Cellulose) เป็นสารประกอบที่สกัดจากเซลลูโลสมีซึ่งผลิตขึ้นโดยการทำปฏิกิริยาระหว่างเมทิลคลอไรด์และเซลลูโลสอัลคาไล ประกอบด้วยหมู่เมทอกซี 27.58%–31.5% ละลายได้ดีในน้ำที่อุณหภูมิไม่เกิน 55 องศาเซลเซียส มีลักษณะเป็นผงสีขาวถึงขาวขุ่น
อ่าน

Lactobacillus (แลคโตบาซิลลัส)
จุลินทรีย์ขนาดเล็กชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์ มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ช่วยดูดซึมอาหาร ป้องกันโรค สังเคราะห์วิตามิน ที่จำเป็นต่อร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
อ่าน

Milk permeate (ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากกระบวนการเดียวกันกับการผลิต MPC)
มีกลิ่นหอมนม และรสชาติคล้ายกับนมผง แต่มีราคาที่ถูกกว่า สามารถนำไปใช้ทดแทนนมผงหรือหางนมผงได้ แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยองค์ประกอบ และปริมาณโปรตีน และไขมันต่างกันอาจทำให้รสชาติ เนื้อสัมผัส และกลิ่นต่างจากการใช้นมผง
อ่าน

Kiwi fruit Extract (สารสกัดจากกีวี่)
สารสกัดจากกีวี่ (Kiwifruit Extract) ประกอบไปด้วย โพแทสเซียม และกรดแอลฟาไลโนเลอิก ซึ่งเป็นกรดที่จำเป็นอยู่ในกลุ่มโอเมก้า 3 ที่พบได้ในพืช
อ่าน

Sodium erythorbate (โซเดียมอีริทอร์เบต)
เป็นเกลือโซเดียมของกรดอีริทอร์บิก (erythorbic acid) ซึ่งมีโครงสร้างเกี่ยวข้องกับกรดแอสคอร์บิก (ascorbic acid) หรือวิตามินซี (vitamin C) มีลักษณะเป็นผลึกสีขาว หรือไม่มีสี สามารถผลิตได้จากน้ำตาลที่ได้จากอ้อย หรือหัวบีทรูท
อ่าน

Xanthan Gum (แซนแทนกัม)
แซนแทนกัม (Xanthan gum) เป็นสารไฮโดรคอลลอยด์ (hydrocolloid) ชนิดหนึ่งสกัดได้จากเมือกที่สร้างโดยแบคทีเรีย Xanthomonas campestris ซึ่งมักพบได้ในกะหล่ำปลี และกระหล่ำดอกใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหารเพื่อให้อาหารมีความข้นเหนียวและคงรูปได้
อ่าน

Gelatin (เจลาติน)
เจลาติน (gelatin) เป็นโปรตีนที่ได้จากการเสียสภาพธรรมชาติและสกัด
ได้จากคอลลาเจน (collagen) พบได้ในส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ เช่น หนัง กระดูก และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของสัตว์ เช่น วัว ไก่ หมู และปลา เจลาตินจะมีลักษณะโปร่งแสง ไม่มีสี และไม่มีรสชาติ
ได้จากคอลลาเจน (collagen) พบได้ในส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ เช่น หนัง กระดูก และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของสัตว์ เช่น วัว ไก่ หมู และปลา เจลาตินจะมีลักษณะโปร่งแสง ไม่มีสี และไม่มีรสชาติ
อ่าน

