Butter (เนย)
เนย (butter) คือผลิตภัณฑ์นมชนิดหนึ่งที่ได้จากการปั่นนมหรือครีม ทำให้ได้ผลพลอยได้ 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นบัตเตอร์มิลล์ (Butter milk) และไขมันนม (Milk fat) เพื่อนำมาแปรรูปเป็นเนย ซึ่งต้องมีไขมันนมมากกว่า 80% และมีปริมาณน้ำไม่เกิน 16% เนยแท้หรือเนยสดที่ทำจากน้ำนมหรือครีมสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภท คือ เนยจืด และเนยเค็ม
1. เนยจืด (Unsalted butter)
เนยจืด คือไขมันนมที่ได้จากกระบวนการปั่นนม มีปริมาณไขมัน และความชื้นตามที่กำหนด จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการขึ้นรูปในห้องที่มีอุณหภูมิต่ำจนมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง แต่จะละลายเมื่ออุณหภูมิสูง มีรสชาติหวานมัน กลิ่นหอมนมเนยเป็นเอกลักษณ์ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ช่วยทำให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน เช่น เค้ก เบเกอรีต่าง ๆ นำไปใช้เป็นน้ำมันสำหรับประกอบอาหารคาว ใช้ปิ้ง ย่าง ทอด หรือผัด อีกทั้งยังสามารถนำไปเป็นส่วนผสมในซอส และไส้ขนมทำให้มีกลิ่นหอม เพิ่มความมันเงาน่ารับประทาน

2. เนยเค็ม (Salted butter)
เนยเค็มมีขั้นตอนการผลิตคลายกับเนยจืด เพียงแต่มีการเติมเกลือเพิ่มเข้าไป ทำให้เนยที่ได้มีรสชาติเค็ม และหอมมัน สามารถนำไปใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายเช่นเดียวกับเนยจืด โดยเฉพาะอาหารที่ต้องการรสชาติเค็มเล็กน้อยจะนิยมใช้เนยเค็ม เช่น ใช้เป็นเครื่องเคียงทานกับขนมปังปิ้ง ใช้ทำขนมปังเนยสด บิสกิต และคุกกี้ แต่อย่างไรก็ตามเนยทั้งสองชนิดสามารถใช้ทดแทนกันได้ เพียงแต่ต้องไปปรับรสเกลือหรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ที่ให้รสเค็มในสูตรเพื่อให้ได้รสชาติตามต้องการ

คุณค่าทางโภชนาการ
เนยสดปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 716 แคลอรี่ ไขมันทั้งหมด 81 กรัม ประกอบด้วยไขมันอิ่มตัว 51 กรัม และไขมันทรานส์ 3.3 กรัม คอเรสเตอรอล 215 มิลลิกรัม คาร์โบไฮเดรต 0.1 กรัม และโปรตีน 0.9 กรัม
ข้อควรระวังในการรับประทานเนย
การรับประทานเนยในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้ร่างกายได้รับไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลในปริมาณที่มากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และไขมันอุดตันในเส้นเลือด และเนยประกอบด้วยไขมันการรับประทานมากเกินไปทำให้เกิดปัญหาน้ำหนักเกิน และโรคอ้วนซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ ตามมา ดังนั้นควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะและออกกำลังกายเป็นประจำ
1. เนยจืด (Unsalted butter)
เนยจืด คือไขมันนมที่ได้จากกระบวนการปั่นนม มีปริมาณไขมัน และความชื้นตามที่กำหนด จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการขึ้นรูปในห้องที่มีอุณหภูมิต่ำจนมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง แต่จะละลายเมื่ออุณหภูมิสูง มีรสชาติหวานมัน กลิ่นหอมนมเนยเป็นเอกลักษณ์ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ช่วยทำให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน เช่น เค้ก เบเกอรีต่าง ๆ นำไปใช้เป็นน้ำมันสำหรับประกอบอาหารคาว ใช้ปิ้ง ย่าง ทอด หรือผัด อีกทั้งยังสามารถนำไปเป็นส่วนผสมในซอส และไส้ขนมทำให้มีกลิ่นหอม เพิ่มความมันเงาน่ารับประทาน

2. เนยเค็ม (Salted butter)
เนยเค็มมีขั้นตอนการผลิตคลายกับเนยจืด เพียงแต่มีการเติมเกลือเพิ่มเข้าไป ทำให้เนยที่ได้มีรสชาติเค็ม และหอมมัน สามารถนำไปใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายเช่นเดียวกับเนยจืด โดยเฉพาะอาหารที่ต้องการรสชาติเค็มเล็กน้อยจะนิยมใช้เนยเค็ม เช่น ใช้เป็นเครื่องเคียงทานกับขนมปังปิ้ง ใช้ทำขนมปังเนยสด บิสกิต และคุกกี้ แต่อย่างไรก็ตามเนยทั้งสองชนิดสามารถใช้ทดแทนกันได้ เพียงแต่ต้องไปปรับรสเกลือหรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ที่ให้รสเค็มในสูตรเพื่อให้ได้รสชาติตามต้องการ

คุณค่าทางโภชนาการ
เนยสดปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 716 แคลอรี่ ไขมันทั้งหมด 81 กรัม ประกอบด้วยไขมันอิ่มตัว 51 กรัม และไขมันทรานส์ 3.3 กรัม คอเรสเตอรอล 215 มิลลิกรัม คาร์โบไฮเดรต 0.1 กรัม และโปรตีน 0.9 กรัม
ข้อควรระวังในการรับประทานเนย
การรับประทานเนยในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้ร่างกายได้รับไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลในปริมาณที่มากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และไขมันอุดตันในเส้นเลือด และเนยประกอบด้วยไขมันการรับประทานมากเกินไปทำให้เกิดปัญหาน้ำหนักเกิน และโรคอ้วนซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ ตามมา ดังนั้นควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะและออกกำลังกายเป็นประจำ
ความรู้เพิ่มเติม

Capsicum Oleoresin (สารสกัดจากพริก แคพไซซิน)
สารสกัดจากพริกที่มีชื่อว่า แคพไซซิน (capsaicin) ที่ให้ความเผ็ดร้อนช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น แก้หวัด ขับลม ช่วยสูบฉีดโลหิต ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ บำรุงธาตุ ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
อ่าน

Sugar (น้ำตาลทราย)
มักนำมาใช้เป็นสารให้ความหวาน ส่วนใหญ่พบอยู่ในพืชและผลไม้หลายชนิด แต่ที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตน้ำตาลทางการค้า คือ อ้อย และหัวบีท (beat root)
อ่าน

Thiamine (ไทอะมิน)
ไทอะมีน (Thiamine) หรือ วิตามินบี 1 (Vitamin B1) เป็นสารอาหารที่จำเป็น ต่อการดำรงชีวิต มีหน้าที่สำคัญ คือ เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการเผาผลาญอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน
อ่าน

Sodium caseinate (โซเดียมแคซิเนต)
โซเดียมแคซิเนตนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์นม และไอศกรีม ด้วยมีคุณสมบัติที่อุ้มน้ำได้ดี มีผลทำเกิดความข้นหนืด และเกิดอิมัลชัน
อ่าน

Vitamin B3 (วิตามินบี3)
มีส่วนช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน นอกจากนี้ยังมีส่วนในการบำรุงผิวโดยช่วยซ่อมแซม ลดริ้วรอยตลอดจนช่วยคงความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง และยังช่วยกระชับรูขุมขนและคุมความมันบนผิว จึงเหมาะสำหรับคนที่มีผิวมันและแพ้ง่าย
อ่าน

Soy protein (โปรตีนถั่วเหลือง)
มีสารอาหาร และกรดแอมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายหลากหลายชนิด รวมถึงให้โปรตีนสูงโดยปราศจากไขมันและคอเลสเตอรอลโปรตีนถั่วเหลืองจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติ (Vegetarian) ผู้ทานวีแกน (Vegan) หรือผู้ทานอาหารจากพืช (Plant-Based Food)
อ่าน

Vitamin B7 (วิตามินบี7)
วิตามินบี 7 (Vitamin B7) เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามิน B มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่าไบโอติน (Biotin) หรือวิตามินเอช (Vitamin H) เป็นวิตามินที่สามารถละลายได้ในน้ำพบในอาหารมากมาย เช่น เครื่องในสัตว์ ตับ ไต ไข่ นม ธัญพืช ถั่ว ผักและผลไม้ชนิดต่าง ๆ
อ่าน

Cardamom (ลูกกระวาน)
มีรสชาติเข้มข้นและเป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว สามารถนำมาช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมให้กับอาหารทั้งของคาวและของหวานได้แล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและสารอาหารที่เป็นประจำต่อร่างกาย
อ่าน

Potato starch (แป้งมันฝรั่ง)
สตาร์ชจากมันฝรั่งมีคุณสมบัติช่วยอุ้มน้ำได้ดี ช่วยทำให้ส่วนผสมและเครื่องปรุงจับตัวกับเนื้อสัตว์ผสมเป็นเนื้อเดียวกัน และช่วยเพิ่มความข้นเหนียวในอาหารนำไปใช้ทำ ซอส ซุป ไส้ขนมและน้ำเกรวี่
อ่าน

Gellan gum (เจลแลนกัม)
เจลแลนกัม (Gellan gum) เป็นพอลิแซ็กคาไรด์กัมชนิดหนึ่งที่ได้จากการหมักโดยแบคทีเรีย Sphingomonas elodea มีชื่อเดิมว่า Pseudomonas elodea เป็นแบคทีเรียถูกค้นพบและแยกโดย Kelco Division ในปี พ.ศ. 2521 โดยเจลแลนกัมเป็นพอลิแซ็คคาไรดืประจุลบ ละลายน้ำได้
อ่าน

