L-Carnitine
แอลคาร์นิทีน (L-CARNITINE) คือ กรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เองจากกรดอะมิโนจำเป็น 2 ชนิด คือ ไลซีน (Lysine) และ เมไธโอนีน (Methionine) มีบทบาทสำคัญในการ ลำเลียงกรดไขมันเข้าสู่ไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) ของเซลล์เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญไขมันให้กลายเป็นพลังงาน โดยเมื่อแอลคาร์นิทีนเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นจากการรับประทานอาหาร อาหารเสริม หรือแอลคาร์นิทีนแบบฉีด ร่างกายจะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและลำเลียงไปยังอวัยวะสำคัญโดยเฉพาะกล้ามเนื้อและหัวใจที่ต้องใช้พลังงานสูง เพื่อสลายไขมันเป็นพลังงานในรูปแบบ ATP (Adenosine Triphosphate) ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย
รูปแบบของแอลคาร์นิทีน
การรับประทานแอลคาร์นิทีน
แอลคาร์นิทีนเป็นสารที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เองจากกรดอะมิโน โดยทั่วไปปริมาณที่ใช้กันในงานวิจัยและทางโภชนาการอยู่ที่ 500 – 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ถือว่าไม่เป็นอันตรายในคนสุขภาพดี แต่หากรับประทานแอลคาร์นิทีนมากถึง 5 กรัม หรือ 5,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือมากกว่าอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน อยากอาหารเพิ่มขึ้น มีกลิ่นตัว มีผื่นแดง เป็นต้น
รูปแบบของแอลคาร์นิทีน
- L-Carnitine L-Tartrate เป็นรูปแบบที่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ออกฤทธิ์ไว จึงมักถูกใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับนักกีฬา เพราะช่วยเพิ่มความทนทาน ลดอาการปวดล้าหลังออกกำลังกาย และฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
- Acetyl-L-Carnitine (ALCAR) มีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถผ่านเข้าสู่สมองได้ จึงถูกนำมาใช้ในด้านการเสริมระบบประสาทและสมอง เช่น ช่วยเรื่องความจำ การเรียนรู้ และลดภาวะสมองล้า
- Propionyl-L-Carnitine มีบทบาทในด้านการสร้างไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ซึ่งช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ส่งผลดีต่อผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนและความดันโลหิต
- ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมัน โดยช่วยกระตุ้นการใช้ไขมันด้วยการเร่งการขนส่งไขมันเข้าสู่ไมโทคอนเดรีย ซึ่งการเสริมแอลคาร์นิทีนควบคู่ไปกับการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มความสามารถในการดึงไขมันสำรองออกมาใช้เป็นพลังงานได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะการเผาผลาญไขมันได้เพิ่มขึ้น
- ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ แอลคาร์นิทีนไม่ได้ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อโดยตรง แต่ช่วยให้ร่างกายมีการเผาผลาญไขมันออกมาเป็นพลังงานได้มากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อไม่ต้องถูกมาใช้เป็นพลังงานหลัก ลดการสลายตัวของกล้ามเนื้อ และเมื่อร่างกายเกิดการสะสมไขมันลดลง ก็จะทำให้เราเห็นมวลกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
- เพิ่มสมรรถภาพการออกกำลังกาย แอลคาร์นิทีนช่วยขนส่งไขมันเข้าสู่ไมโทคอนเดรียทำให้ร่างกายมีพลังงานต่อเนื่อง ลดอาการล้า และช่วยฟื้นตัวหลังการฝึกได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดการสะสมของกรดแลกติกที่มักเป็นสาเหตุของอาการปวดตึงกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกายหนัก
การรับประทานแอลคาร์นิทีน
แอลคาร์นิทีนเป็นสารที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เองจากกรดอะมิโน โดยทั่วไปปริมาณที่ใช้กันในงานวิจัยและทางโภชนาการอยู่ที่ 500 – 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ถือว่าไม่เป็นอันตรายในคนสุขภาพดี แต่หากรับประทานแอลคาร์นิทีนมากถึง 5 กรัม หรือ 5,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือมากกว่าอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน อยากอาหารเพิ่มขึ้น มีกลิ่นตัว มีผื่นแดง เป็นต้น
MORE KNOWLEDGE

Vitamin
มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมและการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย ช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตทำให้ผิวสุขภาพดี เรียบเนียน ลดรอยจุดด่างดำและมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวสวยขึ้น
Read

Elderberry Extract
เอลเดอร์เบอร์รี่ (Elderberry) เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือผลมีสีม่วงเข้ม มีรสชาติหวานและมีรสฝาด จึงนิยมรับประทานคู่กับผลไม้อื่น
Read

Vitamin B12 (Cyanocobalamin)
วิตามินบี 12 ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้จำต้องได้รับจากอาหารเป็นหลัก เช่น อาหารจำพวก เนื้อ ปลา ไข่ นม และตับ เป็นต้น
Read

Sodium Nitrite
สารประกอบอนินทรีย์เป็นผงผลึกสีขาวถึงเหลืองเล็กน้อย ละลายน้ำได้ดีและดูดความชื้นได้ดีมีคุณสมบัติป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่ทำให้อาหารเกิดการเน่าเสียและช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์
Read

Cardamom
มีรสชาติเข้มข้นและเป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว สามารถนำมาช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมให้กับอาหารทั้งของคาวและของหวานได้แล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและสารอาหารที่เป็นประจำต่อร่างกาย
Read

Goat whole milk powder
นมแพะเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีโปรตีนที่ย่อยง่ายกว่านมวัวเนื่องจากมีการจัดเรียงตัวของกรดอะมิโนที่ต่างจากนมวัว
Read

Fennel
เมล็ดเทียนข้าวเปลือกพันธุ์หวานมีน้ำมันหอมระเหยที่ให้กลิ่นหอมจึงนิยมนำมาใช้เป็นเครื่องเทศเพื่อดับกลิ่นขาว สามารถประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น อาหารประเภทเนื้อสัตว์ ปลา อาหารทะเล ซอส ซุป และอุตสาหกรรมแต่งกลิ่นน้ำปลา
Read

Peptide
เปปไทด์คือหน่วยย่อยของโปรตีน ดังนั้นเปปไทด์จึงสามารถถูกย่อยสลาย และดูดซึมได้ง่ายกว่าโปรตีน อีกทั้งเปปไทด์ยังจำเป็นต่อร่างกายส่งผลดีต่อการสร้างกล้ามเนื้อ
Read

Pea protein
มีลักษณะเป็นผงสีเหลืองหรือครีม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโปรตีนที่ไม่ทำให้อ้วน เนื่องจากไม่มีไขมันและคลอเรสเตอรอล และยังย่อยสลายได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับรับประทานโปรตีนจากสัตว์
Read

Vitamin C
วิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid) เป็นวิตามินที่สามารถละลายในน้ำ เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้จำเป็นต้องได้รับวิตามินชนิดนี้จากการรับประทานจากอาหาร โดยมากวิตามินซีจะอยู่ในกลุ่มของอาหารประเภทผักและผลไม้ชนิดต่างๆ เช่น ฝรั่ง
Read

