Vitamin E

วิตามินอี (Vitamin E) หรือ Tocopherol เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ จำเป็นจะต้องได้รับจากการรับประทานผัก และถั่วต่าง ๆ เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง ไข่ พืชผักใบเขียว ข้าวซ้อมมือ เมล็ดทานตะวัน ถั่วเหลือง และงา เป็นต้น

วิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายได้ในไขมันมีคุณสมบัติช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ช่วยยับยั้งการเสื่อมสภาพของผิว ช่วยชะลอความแก่ ลดเลือนริ้วรอย บำรุงผิวพรรณให้สดใส ทั้งยังส่งผลดีต่อกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้นและยังเป็นตัวช่วยในระบบกล้ามเนื้อและการทำงานของตับ

ประโยชน์ของวิตามินอี
  1. ต้านอนุมูลอิสระเพื่อป้องกันความเสื่อมของผิว ช่วยชะลอวัย
  2. ปกป้องผิว ช่วยให้เซลล์ผิวทนต่อรังสี UV B ในแดดได้ดีขึ้น
  3. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคพาร์กินสัน และอัลไซเมอร์
  4. ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย
  5. ลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งที่ต่อมลูกหมากและเต้านม
  6. ลดการอักเสบ ป้องกันแผลเป็นหนานูน
  7. ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

ปริมาณที่แนะนำต่อวัน
วิตามินเป็นสารประกอบที่ร่างกายไม่ได้สร้างขึ้น แต่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณที่พอเหมาะช่วยการเจริญเติบโตและส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่างๆ รวมถึงความต้องการวิตามินอีของร่างกาย โดยคนทั่วไปต้องการวิตามินอีวันละประมาณ 10 มิลลิกรัม ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานของคณะกรรมการอาหารและยา แต่หากเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และรับประทานอาหารครบ 5 หมู่เป็นประจำ ก็ไม่จำเป็นต้องรับวิตามินอีเสริมเนื่องจากหากรับประทานวิตามินอีมากเกินไปอาจส่งผลข้างเขียงได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และอ่อนเพลีย เป็นต้น โดยอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อได้รับวิตามินอีที่ 800 IU ขึ้นไป
 
ช่วงอายุ ปริมาณที่แนะนำ
อายุ 0-6 เดือน 4 มิลลิกรัม
อายุ 7-12 เดือน 5 มิลลิกรัม
อายุ 1-3 ปี 6 มิลลิกรัม
อายุ 4-8 ปี 7 มิลลิกรัม
อายุ 9-13 ปี 11 มิลลิกรัม
อายุ 14 ปีขึ้นไป 15 มิลลิกรัม
เพศหญิงช่วงตั้งครรภ์ 15 มิลลิกรัม
เพศหญิงหลังคลอดบุตร และช่วงให้นมบุตร 19 มิลลิกรัม

 

MORE KNOWLEDGE

On this Website, we use cookie to understand how you interact with our Website and to enhance your user experience. You may accept all cookies or refuse cookies at Cookie Setting Center. Learn more >>