Vitamin B5
วิตามินบี5 หรือกรดแพนโทธีนิค (Pantothenic Acid) จัดอยู่ในกลุ่มของวิตามินบี สามารถละลายน้ำได้ โดยวิตามินบี 5 มีส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ช่วยสลายไขมันและคาร์โบไฮเดรตจากการรับประทานอาหารให้กลายเป็นพลังงานและช่วยบำรุงผิว นอกจากนี้วิตามินบี 5 ยังช่วยในเรื่องบรรเทาอาการคัน จากการแพ้ ลดรอยแดง ช่วยสมานแผลและเร่งการสร้างเนื้อเยื่อชั้นผิวใหม่ ลดการอักเสบของผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ ผิวที่เป็นสิว เป็นแผล เป็นผื่นคัน มีอาการแพ้ ช่วยทำให้สมานแผลได้เร็วขึ้น รวมทั้งลดการเกิดแผลเป็น เป็นต้น แหล่งอาหารที่สามารถพบกรดแพนโทธีนิค หรือ วิตามินบี 5 คือในเนื้อเยื่อของสัตว์ เช่น ตับ ไข่แดง หัวใจ สมอง และอาจพบได้ในนม ถั่ว ยีสต์และผักผลไม้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะพบในรูปของโคเอนไซม์เอ Coenzyme A ( CoA ) มากกว่าในรูปแบบอื่นๆ โดยเมื่อร่างกายได้รับกรดแพนโทธีนิค ร่างกายจะสามารถดูดซึมได้ดีที่บริเวณลำไส้เล็ก ซึ่งจะดูดซึมเข้าไปในร่างกายและเนื้อเยื่อต่างๆ จากนั้นก็จะถูกเปลี่ยนเป็นโคเอนไซม์เอ และขับถ่ายออกมาทางปัสสาวะ โดยอาจจะมีการขับถ่ายทางเหงื่อบ้างเล็กน้อย
ประโยชน์ของวิตามินบี 5
ปริมาณที่แนะนำ
สำหรับวัยรุ่น และผู้ใหญ่ทั้งเพศหญิงและชาย ควรได้รับในปริมาณ 5-6 มิลลิกรัม/วัน โดยตามประกาศคณะกรรมการอาหารและยา แนะนำให้ได้รับในปริมาณ 6 มิลลิกรัม/วัน แต่ไม่ควรเกิน 12 มิลลิกรัม/วัน เพราะหากรับประทานเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้เล็กน้อย เช่น ปวดท้องและท้องเสีย การได้รับวิตามินบี 5 ในรูปของยาหรืออาหารเสริมอาจทำให้การดูดซึมยาปฏิชีวนะลดลง และไม่ควรใช้ร่วมกับยากลุ่มที่ต้านการทำลายของสารสื่อประสาทชนิดโคลีน (Cholinesterase Inhibitor) ซึ่งใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ เพราะจะเพิ่มฤทธิ์ของยาดังกล่าวมากขึ้น ดังนั้นหากต้องการรับประทานอาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ
ประโยชน์ของวิตามินบี 5
- ให้ความชุ่มชื้น กักเก็บความชุ่มชื้น
- ป้องกันการสูญเสียความชื้น
- บำรุงผิว ลดการอักเสบ ลดรอยแดง ลดอาการแพ้คัน ช่วยสมานแผล
- ช่วยสมานแผลและเร่งการสร้างเนื้อเยื่อชั้นผิวใหม่
- บำรุงให้สุขภาพผมดี ให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นผม และให้ผมแข็งแรงเงางาม
- สามารถช่วยกระตุ้นกระบวนการรักษาผิว
- ดูดซับความชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็ว
ปริมาณที่แนะนำ
สำหรับวัยรุ่น และผู้ใหญ่ทั้งเพศหญิงและชาย ควรได้รับในปริมาณ 5-6 มิลลิกรัม/วัน โดยตามประกาศคณะกรรมการอาหารและยา แนะนำให้ได้รับในปริมาณ 6 มิลลิกรัม/วัน แต่ไม่ควรเกิน 12 มิลลิกรัม/วัน เพราะหากรับประทานเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้เล็กน้อย เช่น ปวดท้องและท้องเสีย การได้รับวิตามินบี 5 ในรูปของยาหรืออาหารเสริมอาจทำให้การดูดซึมยาปฏิชีวนะลดลง และไม่ควรใช้ร่วมกับยากลุ่มที่ต้านการทำลายของสารสื่อประสาทชนิดโคลีน (Cholinesterase Inhibitor) ซึ่งใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ เพราะจะเพิ่มฤทธิ์ของยาดังกล่าวมากขึ้น ดังนั้นหากต้องการรับประทานอาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ
MORE KNOWLEDGE

Vitamin C
วิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid) เป็นวิตามินที่สามารถละลายในน้ำ เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้จำเป็นต้องได้รับวิตามินชนิดนี้จากการรับประทานจากอาหาร โดยมากวิตามินซีจะอยู่ในกลุ่มของอาหารประเภทผักและผลไม้ชนิดต่างๆ เช่น ฝรั่ง
Read

Calcium propionate
วัตถุเจือปนอาหารใช้สำหรับป้องกันการเน่าเสียจากเชื้อรา แต่ไม่สามารถป้องกันการเน่าเสียที่มีสาเหตุมาจากแบคทีเรียได้หรือสามารถป้องกันได้เล็กน้อย และไม่สามารถป้องกันยีสต์ได้
Read

Grape Seed Extract
มีคุณสมบัติที่สำคัญในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง และละลายน้ำได้ดี
Read

Citric acid
ใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ใช้ในผลิตภัณทำความสะอาดพื้นผิว และใช้เป็นสารปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร
Read

Probiotic (Bacillus coagulans)
Probiotic (โพรไบโอติก) จุลินทรีย์เชื้อดี กลุ่ม Lactobacillus spp. เป็นจุลินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพช่วยป้องกัน และลดอาการเกี่ยวกับโรคในระบบทางเดินอาหาร และลำไส้ เช่น อาการท้องผูก โรคลำไส้แปรปรวน ภาวะท้องเสียบ่อยๆ โดยไม่พบสาเหตุ
Read

Xylose
ไซโลส (Xylose) เป็นน้ำตาลเพนโทสชนิดหนึ่งที่มีคาร์บอน 5 อะตอมเป็นน้ำตาลที่แยกได้จากพืชมักพบในรูปของเฮมิเซลลูโลสซึ่งเป็นพอลิเมอร์ของ D-Xylose ที่พบได้ในธรรมชาติ
Read

Egg yolk powder
ไข่แดงชนิดผงที่เป็นไข่แดงล้วน ๆ นำไปผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์ และทำให้เป็นผงโดยวิธีสเปรย์ดราย (Spray dry) ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน และยืดอายุเก็บรักษาได้นานยิ่งขึ้น
Read

Vitamin B12 (Cyanocobalamin)
วิตามินบี 12 ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้จำต้องได้รับจากอาหารเป็นหลัก เช่น อาหารจำพวก เนื้อ ปลา ไข่ นม และตับ เป็นต้น
Read

Vitamin K
วิตามินเค จัดอยู่ในกลุ่มของวิตามินชนิดที่ละลายในไขมันเช่นเดียวกับวิตามินเอ, วิตามินดี และวิตามินอี วิตามินเคมีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือด ช่วยบำรุงรักษาเนื้อเยื่อ และกระดูก
Read

Sodium Acetate
โซเดียมอะซิเตต (Sodium acetate) ป็นเกลือชนิดหนึ่งที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างกรดอะซิติก (Acetic acid) กับโซเดียมไฮดรอกไซด์ (Sodium hydroxide) หรือโซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium bicarbonate) มีลักษณะเป็นผงผลึกสีขาวที่ไม่มีกลิ่นและละลายได้ในน้ำ
Read

