Retinol

เรตินอล (Retinol) คือ วิตามินเอรูปแบบหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoid) สามารถละลายได้ดีในไขมัน และมักพบในผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย ลดรอยดำจากสิว ฟื้นฟูหน้าหมองคล้ำ ช่วยผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความกระชับเต่งตึง และกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกลุ่ม Anti-aging อื่น ๆ แต่อย่างไรก็ตามเรตินอลมีความอ่อนไหวต่อการสลายตัวจากออกซิเดชั่นสูง โดยจะไม่เสถียรเมื่อสัมผัสกับแสง ออกซิเจน ความร้อน และกรด ดังนั้นจึงควรเก็บในบรรจุภัณฑ์ที่ป้องกันแสง และปิดสนิท

ประเภทของเรตินอล
1. Retinyl esters 
จัดอยู่ในอนุพันธ์วิตามินเอที่อยู่ในกลุ่มเครื่องสำอาง ไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ด้วยตัวเอง ต้องอาศัยเอนไซม์ที่ผิวในการทำปฏิกิริยาถึง 3 ครั้งจึงจะออกฤทธิ์ได้ จึงทำให้เห็นผลช้า แต่เป็นสารที่เข้มข้นน้อยที่สุด อ่อนโยนมากที่สุด เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย

2. Retinol 
จัดอยู่ในอนุพันธ์วิตามินเอที่อยู่ในกลุ่มเครื่องสำอางเช่นเดียวกับ Retinyl esters ต้องอาศัยเอนไซม์ที่ผิวในการทำปฏิกิริยาถึง 2 ครั้งก่อนจะเปลี่ยนเป็น Retinoic Acid ที่สามารถออกฤทธิ์ได้ ความเข้มข้นระดับปานกลาง นิยมใช้บำรุงผิวยกกระชับ ลดเลือนริ้วรอยได้ผลดีหากใช้ต่อเนื่อง 3-6 เดือน แต่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย

3. Retinaldehyde 
Retinaldehyde หรือ เรตินัล (Retinal) เป็นอนุพันธ์วิตามินเอที่อยู่ในกลุ่มเครื่องสำอาง ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Retinoic Acid ความเข้มข้นระดับปานกลาง-มาก มีฤทธิ์แรงกว่าเรตินอล เห็นผลเร็วกว่า หากใช้อย่างต่อเนื่องจะช่วยเรื่องลดริ้วรอยร่องลึกและช่วยให้ผิวเรียบเนียน

4. Retinoic acid หรือ Tretinoin
จัดอยู่ในอนุพันธ์วิตามินเอที่อยู่ในกลุ่มยา โดย Retnoic acid จะอยู่ในรูป Active form สามารถออกฤทธิ์ได้ทันที รู้จักกันในชื่อ Retin-A นิยมใช้ในการรักษาสิว ยับยั้งกระบวนการที่ทำให้เกิดสิว ทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ และยังช่วยให้การรักษาหลุมสิว ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม Retinoic acid เป็นสารที่มีความเข้มข้นสูง มีโอกาสเกิดการระคายเคืองได้มาก จะต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น

5. Adapalene
จัดอยู่ในอนุพันธ์วิตามินเอที่อยู่ในกลุ่มยา เด่นในเรื่องการรักษาสิวโดยเฉพาะ เป็นที่รู้จักในชื่อ Differin จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรในการใช้

6. Tazarotene
จัดอยู่ในอนุพันธ์วิตามินเอที่อยู่ในกลุ่มยา ใช้ในการรักษาสิวและโรคสะเก็ดเงิน มีความเข้มข้นสูง ก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์และเภสัชกร

ประโยชน์ของเรตินอล
1. กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เรตินอลมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่และการสร้างคอลลาเจนให้ผิว ทำให้ให้ผิวดูแน่นกระชับ เรียบเนียน และกระจ่างใสขึ้น
2. ลดการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี มีผลต่อการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี ที่เป็นสาเหตุของจุดด่างดำ กระ ฝ้า ช่วยลดจุดด่างดำ รอยดำจากสิว เพิ่มความกระจ่างใส
3. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยต้านการร่วงโรยของวัยช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า ริ้วรอยหน้าผาก ขมวดคิ้ว รอยตีนกา จนถึงให้ริ้วรอยร่องลึกดูตื้นขึ้น

ข้อควรระวังในการใช้เรตินอล
เรตินอลเป็นสารที่ไม่อันตรายหากใช้อย่างถูกวิธี ในการเริ่มใช้เรตินอลควรเริ่มใช้เรตินอลที่ความเข้มข้นต่ำ และใช้เฉพาะช่วงเวลากลางคืนก่อนอน 2 ครั้งต่อสัปดาห์หรือวันเว้นวันในช่วงแรก เพื่อให้ผิวได้มีการปรับตัว ลดการเกิดอาการแพ้ ระคายเคือง อีกทั้งรตินอลจะทำให้ผิวมีความไวต่อแสงแดดมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการตากแดดจัดและควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ และไม่ควรใช้เรตินอลร่วมกับสารเรตินอยด์ตัวอื่น ๆ, ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินซี, AHA หรือ BHA (Beta Hydroxy Acid) เพราะจะทำให้ผิวแห้งและเกิดการระคายเคืองที่รุนแรงขึ้นได้ สำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์, วางแผนตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ไม่ควรใช้เรตินอลหรือสารในกลุ่มวิตามินเอ เนื่องจากจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติในทารกได้
 

MORE KNOWLEDGE

On this Website, we use cookie to understand how you interact with our Website and to enhance your user experience. You may accept all cookies or refuse cookies at Cookie Setting Center. Learn more >>