Demineralized whey powder
เวย์ผงชนิดลดแร่ธาตุ (Demineralized whey powder) คือเวย์ที่ผ่านกระบวนการดึงเกลือ และแร่ธาตุออกบางส่วนปริมาณแร่ธาตุจึงน้อยกว่าเวย์ชนิดอื่น ๆ ทำให้เวย์ชนิดนี้มีรสชาติเค็มลดลง มีลักษณะเป็นผงสีขาว-เหลืองอ่อน ๆ กลิ่นหอมนม สามารถใช้แทนหางนมได้ เหมาะที่จะนำไปใช้กับอาหารที่ต้องการปรับลดแร่ธาตุ และขนมหวาน เช่น อาหารสำหรับเด็กทารก เป็นต้น โดยทั่วไปแล้ว Demineralized whey powder สามารถแบ่งได้หลายประเภท ตามระดับของปริมาณแร่ธาตุที่ลดลง เช่น 35% Demineralized whey, 70% Demineralized whey และ 90% Demineralized whey เป็นต้น
กระบวนการผลิต Demineralized whey
ในกระบวนการผลิต Demineralized whey ส่วนใหญ่แล้วจะประกอบไปด้วย 3 วิธีการหลัก ๆ คือ
1. Nano filtration (NF) อาศัยหลักการกรองสารผ่านรูกรองขนาดเล็ก ทำให้แร่ธาตุที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่ไม่สามารถผ่านแผ่นเยื่อกรอกไปได้ วิธีนี้สามารถลดระดับแร่ธาตุจากเวย์ได้ประมาณ 30-35%

2. Electrodialysis (ED) อาศัยหลักการแยกองค์ประกอบที่มีประจุ โดยใช้เมมเบรนแลกเปลี่ยนอิออนมาต่อกันแบบอนุกรมกันระหว่างขั้วบวก (anode) และขั้วลบ (catode) โดยแร่ธาตุทีมีอิออนบวกจะเคลื่อนที่ผ่านเมมเบรนอิออนบวก และแร่ธาตุที่มีอิออนลบจะเคลื่อนที่ผ่านเมมเบรนที่มีอิออนลบ โดยอาศัยความต่างศักย์ระหว่างขั้วอิเลกโทรดเป็นแรงขับดัน โดยวิธีนี้สามารถลดแร่ธาตุได้มากถึง 70% เมื่อใช้ร่วมกับวิธี Nano filtration

3. Ion exchange เป็นวิธีที่อาศัยหลักการดูดซับประจุบวก และลบของแร่ธาตุ โดยอาศัยตัวดูดซับที่มีประจุเป็นของตัวเอง เช่นเม็ดเรซินที่มีประจุบวกจะดูดซับแร่ธาตุที่มีประจุลบ และในทำนองเดียวกันเม็ดเรซินประจุลบก็จะดูดซับแร่ธาตุที่มีประจุบวก วิธีนี้สามารถลดแร่ธาตุได้มากถึง 90% เมื่อใช้ร่วมกับ Nano filtration (NF) และ Electrodialysis (ED)

การแปรรูป
การแปรรูป Demineralized whey ที่เป็นของเหลวให้เป็นผงนิยมใช้วิธีสเปรย์ดราย (Spray dry method) เช่นเดียวกับการผลิตนมผง และอาหารชนิดผงแห้งอื่น ๆ
การนำไปใช้ประโยชน์
Demineralized whey powder สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายในด้านของอุตสาหกรรมอาหาร Demineralized whey powder สามารถใช้แทนหางนมชนิดผงได้ อีกทั้งยังมีรสเค็มที่น้อยกว่าทำให้ได้รสชาติที่เป็นธรรมชาติ เหมาะที่จะนำไปทำขนมที่มีรสเค็มไม่มาก เช่น ช๊อคโกแลต เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและอาหารสำหรับเด็กทารก โดยส่วนใหญ่แล้วอาหารสำหรับเด็กทารกจะนิยมใช้ 70% Demineralized whey และ 90% Demineralized whey เนื่องจากมีปริมาณแร่ธาตุต่ำปลอดภัยต่อไตของทารก ในขณะที่ 35-50% Demineralized whey powder จะเหมาะสำหรับอาหารประเภทเบเกอรีมากกว่า
35-50% Demineralized whey powder
70-90% Demineralized whey powder
กระบวนการผลิต Demineralized whey
ในกระบวนการผลิต Demineralized whey ส่วนใหญ่แล้วจะประกอบไปด้วย 3 วิธีการหลัก ๆ คือ
1. Nano filtration (NF) อาศัยหลักการกรองสารผ่านรูกรองขนาดเล็ก ทำให้แร่ธาตุที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่ไม่สามารถผ่านแผ่นเยื่อกรอกไปได้ วิธีนี้สามารถลดระดับแร่ธาตุจากเวย์ได้ประมาณ 30-35%

2. Electrodialysis (ED) อาศัยหลักการแยกองค์ประกอบที่มีประจุ โดยใช้เมมเบรนแลกเปลี่ยนอิออนมาต่อกันแบบอนุกรมกันระหว่างขั้วบวก (anode) และขั้วลบ (catode) โดยแร่ธาตุทีมีอิออนบวกจะเคลื่อนที่ผ่านเมมเบรนอิออนบวก และแร่ธาตุที่มีอิออนลบจะเคลื่อนที่ผ่านเมมเบรนที่มีอิออนลบ โดยอาศัยความต่างศักย์ระหว่างขั้วอิเลกโทรดเป็นแรงขับดัน โดยวิธีนี้สามารถลดแร่ธาตุได้มากถึง 70% เมื่อใช้ร่วมกับวิธี Nano filtration

3. Ion exchange เป็นวิธีที่อาศัยหลักการดูดซับประจุบวก และลบของแร่ธาตุ โดยอาศัยตัวดูดซับที่มีประจุเป็นของตัวเอง เช่นเม็ดเรซินที่มีประจุบวกจะดูดซับแร่ธาตุที่มีประจุลบ และในทำนองเดียวกันเม็ดเรซินประจุลบก็จะดูดซับแร่ธาตุที่มีประจุบวก วิธีนี้สามารถลดแร่ธาตุได้มากถึง 90% เมื่อใช้ร่วมกับ Nano filtration (NF) และ Electrodialysis (ED)

การแปรรูป
การแปรรูป Demineralized whey ที่เป็นของเหลวให้เป็นผงนิยมใช้วิธีสเปรย์ดราย (Spray dry method) เช่นเดียวกับการผลิตนมผง และอาหารชนิดผงแห้งอื่น ๆ
การนำไปใช้ประโยชน์
Demineralized whey powder สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายในด้านของอุตสาหกรรมอาหาร Demineralized whey powder สามารถใช้แทนหางนมชนิดผงได้ อีกทั้งยังมีรสเค็มที่น้อยกว่าทำให้ได้รสชาติที่เป็นธรรมชาติ เหมาะที่จะนำไปทำขนมที่มีรสเค็มไม่มาก เช่น ช๊อคโกแลต เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและอาหารสำหรับเด็กทารก โดยส่วนใหญ่แล้วอาหารสำหรับเด็กทารกจะนิยมใช้ 70% Demineralized whey และ 90% Demineralized whey เนื่องจากมีปริมาณแร่ธาตุต่ำปลอดภัยต่อไตของทารก ในขณะที่ 35-50% Demineralized whey powder จะเหมาะสำหรับอาหารประเภทเบเกอรีมากกว่า
35-50% Demineralized whey powder
70-90% Demineralized whey powderMORE KNOWLEDGE

Acesulfame K
อะซีซัลเฟมเค (Acesulfame-K) เป็นชื่อทางเคมีของสารให้ความหวานที่ใช้ทดแทนน้ำตาล มีลักษณะเป็นผลึกละเอียดสีขาว
Read

Tapioca starch
สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งใช้เป็นส่วนผสมในอาหารโดยตรง หรือนำไปแปรรูปเป็นน้ำเชื่อมเพื่อใช้ในภายหลัง
Read

Vitamin B7 (Biotin)
วิตามินบี 7 (Vitamin B7) เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามิน B มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่าไบโอติน (Biotin) หรือวิตามินเอช (Vitamin H) เป็นวิตามินที่สามารถละลายได้ในน้ำพบในอาหารมากมาย เช่น เครื่องในสัตว์ ตับ ไต ไข่ นม ธัญพืช ถั่ว ผักและผลไม้ชนิดต่าง ๆ
Read

Sodium Carbonate
Read

L-Carnitine
แอลคาร์นิทีน (L-CARNITINE) คือ กรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เองจากกรดอะมิโนจำเป็น 2 ชนิด คือ ไลซีน (Lysine) และ เมไธโอนีน (Methionine) มีบทบาทสำคัญในการ ลำเลียงกรดไขมันเข้าสู่ไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) ของเซลล์เพื่อให้ร่างกาย...
Read

Monk fruit extract
สารให้ความหวานในหล่อฮังก๊วยเป็นสารประกอบธรรมชาติที่ไม่มีแคลอรี่ และไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่ม ไม่กระทบกับอินซูลินในร่างกายจึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและผู้ต้องการควบคุมน้ำตาล
Read

Anhydrous milk fat
ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเนยสด โดยต้องนำนมมาผสมเพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติกลับคืนมาเรียกกระบวนการนี้ว่า Recombine process นอกจากนี้ยังสามารถนำไปเป็นส่วนผสมในอาหารชนิดอื่น ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติ กลิ่นนมเนย เช่น ช็อกโกแลต ไอศกรีม และคุกกี้
Read

Modified waxy maize starch
ด้วยคุณสมบัติของสตาร์ชที่เมื่อถูกความร้อนจะทำให้อาหารมีความข้น เหนียว จึงนิยมนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่นเพิ่มความข้นเหนียวให้ซอส ใส้ขนม และนำไปใช้เป็นส่วนผสมในเยลลี่ทำให้เยลลี่คงตัวไม่เสียรูป
Read

Vitamin E
ช่วยยับยั้งการเสื่อมสภาพของผิว ช่วยชะลอความแก่ ลดเลือนริ้วรอย บำรุงผิวพรรณให้สดใส ทั้งยังส่งผลดีต่อกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้นและยังเป็นตัวช่วยในระบบกล้ามเนื้อและการทำงานของตับ
Read

Xanthan Gum
แซนแทนกัม (Xanthan gum) เป็นสารไฮโดรคอลลอยด์ (hydrocolloid) ชนิดหนึ่งสกัดได้จากเมือกที่สร้างโดยแบคทีเรีย Xanthomonas campestris ซึ่งมักพบได้ในกะหล่ำปลี และกระหล่ำดอกใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหารเพื่อให้อาหารมีความข้นเหนียวและคงรูปได้
Read

