Malic acid
กรดมาลิก (Malic acid) เป็นกรดไดคาร์บอกซิลิกสามารถพบได้ทั่วไปในธรรมชาติ ส่วนมากพบได้ในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น แอปเปิล องุ่น ลูบาป และผลไม้ตระกูลเบอร์รี แต่จะพบมากในแอปเปิล จึงทำให้มีชื่อเรียกอีกว่า กรดแอปเปิล โดยทั่วไปแล้วกรดมาลิกจะให้รสชาติเปรี้ยวที่ชัดเจน มีความคงอยู่ของรสชาตินาน และให้รสเปรี้ยวที่คล้ายผลไม้ได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับกรดซิตริก หรือกรดมะนาว ต้นกำเนิดของกรดมาลิกนั้นเริ่มขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1785 โดยคาร์ล วิลเฮล์ม เชเลอ นักเคมีชาวเยอรมัน/สวีเดนสกัดกรดมาลิกจากน้ำแอปเปิลเป็นครั้งแรก และต่อมาในปี ค.ศ. 1787 หรือ 2 ปีต่อมา อ็องตวน ลาวัวซีเย นักเคมีชาวฝรั่งเศสตั้งชื่อสารนี้ว่า acide malique ตามคำในภาษาละติน malum ที่แปลว่าแอปเปิล
ลักษณะโดยทั่วไป
กรดมาลิกมีลักษณะโดยทั่วไปเป็นผงหรือผลึกสีขาว ไม่มีกลิ่น สามารถละลายน้ำได้ แต่จะละลายได้ดีที่แอลกอฮอล์ เมทานอล และอะซิโตน เมื่อโดนความร้อนจะเกิดไอระเหย หรือควันที่เป็นกรด มีพิษทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง โครงสร้าวของกรดมาลิกจะมีโครงสร้าง 2 รูปแบบ คือ รูปแบบแอลมาลิก และดีมาลิก โดยในธรรมชาติจะพบได้แค่ชนิดแอลมาลิกเท่านั้น และเป็นโครงสร้างที่ใช้กันทั่วไปตามอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ภาพที่ 1 โครงสร้างเคมีของกรดมาลิก
การผลิตกรดมาลิก
1. การสังเคราะห์ทางเคมี ผลิตได้โดยการนำกรดฟูมาริก หรือ กรดมาเลอิก มาเข้าสู่กระบวนการไฮเดรชั่น (hydration) ภายใต้สภาวะที่มีความดัน และอุณหภูมิสูง ซึ่งจะได้ผลิตภัณฑ์เป็นทั้งกรดมาลิกชนิด L-malic acid และ D-malic acid แต่ทั้งนี้ ปริมาณ และความต้องการในตลาดจะมีเพียงชนิด L-malic acid เท่านั้น
2. การสังเคราะห์ทางชีวภาพ สังเคราะห์ทางชีวภาพได้ด้วยแบคทีเรียชนิดสร้างเอนไซม์ ฟูมาเรส (fumarase) โดยมีกรดฟูมาริก (fumaric acid) หรือ กรดซิตริก (citric acid) เป็นสารตั้งต้นจนได้ผลิตภัณฑ์เป็นกรดมาลิกชนิด L-malic acid
การนำไปใช้ประโยชน์
1. อาหาร และอุตสาหกรรมอาหาร กรดมาลิกมักนำไปใช้แต่งกลิ่น และรสของน้ำผลไม้ เนื่องจากให้ความเปรี้ยวที่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังนำไปแต่งรสชาติในผลิตภัณฑ์ ลูกอม เยลลี่ และเครื่องดื่มที่ต้องการรสเปรี้ยวจากน้ำผลไม้
2. อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และความงาม กรดมาลิกทั้งแอลมาลิก และดีมาลิกมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย มีคุณสมบัติเป็นกรดช่วยขยัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและลดการอักเสบของผิว
3. ประโยชน์ทางด้านยารักษาโรค และการแพทย์ สามารถใช้ในการเตรียมยาชนิดเม็ดและน้ำเชื่อมมารถเติมลงในสารละลายกรดอะมิโนเพื่อปรับปรุง อัตราการดูดซึมของกรดอะมิโนอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้แอลมาลิกสามารถใช้รักษาโรคตับ, โรคโลหิตจาง, ภูมิคุ้มกันต่ำ และความดันโลหิตสูง
4. อุตสาหกรรมปศุสัตว์ และการเกษตร กรดมาลิก ใช้ผสมในอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้องเพื่อเป็นสารกระตุ้นการเติบโต และยังทำหน้าที่ในการลดปริมาณไฮโดรเจนในกระบวนการหมักในกระเพาะ ทำให้ลดปริมาณการเกิดก๊าซก๊าซมีเทนได้ รวมถึงช่วยกระตุ้นแบคทีเรียให้ผลิตโพรพิโอเนท (propionate) เพิ่มขึ้นได้
ข้อเสีย และผลกระทบต่อร่างกาย
กรดมาลิกสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งการซึมผ่าน และการกลืนกิน หากได้รับในปริมาณมากจะทำให้ลำคอ และกระเพาะอาหารระคายเคือง เกิดอาการแสบร้อนและอาจเกิดแผลอักเสบที่ลำคอ กระเพาะอาหาร และลำไส้ หากสูดดมไอระเหยของกรดมาลิกหรือสูดดมผงกรดมาลิกเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจจะทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณโพรงจมูก ลำคอ เกิดอาการไอ แน่นหน้าอก และหายใจถี่ นอกจากนี้การสัมผัสกับกรดมาลิกเข้มข้นหรือสัมผัสอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดอาการแพ้ เกิดผื่นแดง มีอาการแสบคัน และอาจเกิดเป็นแผลเรื้อรังได้ นอกจากนั้น หากสัมผัสกับตาจะทำให้เยื่อบุตาอักเสบ เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนที่ดวงตา
ลักษณะโดยทั่วไป
กรดมาลิกมีลักษณะโดยทั่วไปเป็นผงหรือผลึกสีขาว ไม่มีกลิ่น สามารถละลายน้ำได้ แต่จะละลายได้ดีที่แอลกอฮอล์ เมทานอล และอะซิโตน เมื่อโดนความร้อนจะเกิดไอระเหย หรือควันที่เป็นกรด มีพิษทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง โครงสร้าวของกรดมาลิกจะมีโครงสร้าง 2 รูปแบบ คือ รูปแบบแอลมาลิก และดีมาลิก โดยในธรรมชาติจะพบได้แค่ชนิดแอลมาลิกเท่านั้น และเป็นโครงสร้างที่ใช้กันทั่วไปตามอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ภาพที่ 1 โครงสร้างเคมีของกรดมาลิก
การผลิตกรดมาลิก
1. การสังเคราะห์ทางเคมี ผลิตได้โดยการนำกรดฟูมาริก หรือ กรดมาเลอิก มาเข้าสู่กระบวนการไฮเดรชั่น (hydration) ภายใต้สภาวะที่มีความดัน และอุณหภูมิสูง ซึ่งจะได้ผลิตภัณฑ์เป็นทั้งกรดมาลิกชนิด L-malic acid และ D-malic acid แต่ทั้งนี้ ปริมาณ และความต้องการในตลาดจะมีเพียงชนิด L-malic acid เท่านั้น
2. การสังเคราะห์ทางชีวภาพ สังเคราะห์ทางชีวภาพได้ด้วยแบคทีเรียชนิดสร้างเอนไซม์ ฟูมาเรส (fumarase) โดยมีกรดฟูมาริก (fumaric acid) หรือ กรดซิตริก (citric acid) เป็นสารตั้งต้นจนได้ผลิตภัณฑ์เป็นกรดมาลิกชนิด L-malic acid
การนำไปใช้ประโยชน์
1. อาหาร และอุตสาหกรรมอาหาร กรดมาลิกมักนำไปใช้แต่งกลิ่น และรสของน้ำผลไม้ เนื่องจากให้ความเปรี้ยวที่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังนำไปแต่งรสชาติในผลิตภัณฑ์ ลูกอม เยลลี่ และเครื่องดื่มที่ต้องการรสเปรี้ยวจากน้ำผลไม้
2. อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และความงาม กรดมาลิกทั้งแอลมาลิก และดีมาลิกมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย มีคุณสมบัติเป็นกรดช่วยขยัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและลดการอักเสบของผิว
3. ประโยชน์ทางด้านยารักษาโรค และการแพทย์ สามารถใช้ในการเตรียมยาชนิดเม็ดและน้ำเชื่อมมารถเติมลงในสารละลายกรดอะมิโนเพื่อปรับปรุง อัตราการดูดซึมของกรดอะมิโนอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้แอลมาลิกสามารถใช้รักษาโรคตับ, โรคโลหิตจาง, ภูมิคุ้มกันต่ำ และความดันโลหิตสูง
4. อุตสาหกรรมปศุสัตว์ และการเกษตร กรดมาลิก ใช้ผสมในอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้องเพื่อเป็นสารกระตุ้นการเติบโต และยังทำหน้าที่ในการลดปริมาณไฮโดรเจนในกระบวนการหมักในกระเพาะ ทำให้ลดปริมาณการเกิดก๊าซก๊าซมีเทนได้ รวมถึงช่วยกระตุ้นแบคทีเรียให้ผลิตโพรพิโอเนท (propionate) เพิ่มขึ้นได้
ข้อเสีย และผลกระทบต่อร่างกาย
กรดมาลิกสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งการซึมผ่าน และการกลืนกิน หากได้รับในปริมาณมากจะทำให้ลำคอ และกระเพาะอาหารระคายเคือง เกิดอาการแสบร้อนและอาจเกิดแผลอักเสบที่ลำคอ กระเพาะอาหาร และลำไส้ หากสูดดมไอระเหยของกรดมาลิกหรือสูดดมผงกรดมาลิกเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจจะทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณโพรงจมูก ลำคอ เกิดอาการไอ แน่นหน้าอก และหายใจถี่ นอกจากนี้การสัมผัสกับกรดมาลิกเข้มข้นหรือสัมผัสอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดอาการแพ้ เกิดผื่นแดง มีอาการแสบคัน และอาจเกิดเป็นแผลเรื้อรังได้ นอกจากนั้น หากสัมผัสกับตาจะทำให้เยื่อบุตาอักเสบ เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนที่ดวงตา
MORE KNOWLEDGE

Flaxseed oil
น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ หรือ Flaxseed oil เป็นน้ำมันจากเมล็ดของต้นแฟลกซ์ หรือต้นปอป่าน ซึ่งเป็นพืชที่มีการเพาะปลูกมานานหลายพันปี ทั้งในจีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา ยุโรป และแคนาดา น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3, 6, 9 ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
Read

Vitamin C
วิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid) เป็นวิตามินที่สามารถละลายในน้ำ เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้จำเป็นต้องได้รับวิตามินชนิดนี้จากการรับประทานจากอาหาร โดยมากวิตามินซีจะอยู่ในกลุ่มของอาหารประเภทผักและผลไม้ชนิดต่างๆ เช่น ฝรั่ง
Read

Wheat gluten
มีบทบาทสำคัญในกระบวนการทำขนมปัง เนื่องจากในขั้นตอนการทำ dough กลูเตนจะช่วยเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ผลิตขึ้นโดยยีสต์ (yeast) หรือผงฟูเอาไว้ทำให้รักษารูปทรงของผลิตภัณฑ์ ทำให้ขนมปังขึ้นฟู นุ่ม น่ารับประทาน
Read

Sorbitol
เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งมักเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลโดยให้ความหวานเทียบเท่ากับ 60% ของน้ำตาล สามารถให้พลังงานกับร่างกาย 2.6 กิโลแคลอรี/กรัม โดยซอร์บิทอลมีลักษณะเป็นสารประกอบของแข็งที่ไม่มีสี และไม่มีกลิ่น
Read

Gelatin
เจลาติน (gelatin) เป็นโปรตีนที่ได้จากการเสียสภาพธรรมชาติและสกัด
ได้จากคอลลาเจน (collagen) พบได้ในส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ เช่น หนัง กระดูก และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของสัตว์ เช่น วัว ไก่ หมู และปลา เจลาตินจะมีลักษณะโปร่งแสง ไม่มีสี และไม่มีรสชาติ
ได้จากคอลลาเจน (collagen) พบได้ในส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ เช่น หนัง กระดูก และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของสัตว์ เช่น วัว ไก่ หมู และปลา เจลาตินจะมีลักษณะโปร่งแสง ไม่มีสี และไม่มีรสชาติ
Read

L-Carnitine
แอลคาร์นิทีน (L-CARNITINE) คือ กรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เองจากกรดอะมิโนจำเป็น 2 ชนิด คือ ไลซีน (Lysine) และ เมไธโอนีน (Methionine) มีบทบาทสำคัญในการ ลำเลียงกรดไขมันเข้าสู่ไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) ของเซลล์เพื่อให้ร่างกาย...
Read

Partly skimmed milk powder and Skimmed milk powder
นมผงพร่องมันเนย และนมผงขาดมันเนยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายประเภท ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน เช่น ขนมเค้ก ขนมปัง คุกกี้ ไอศกรีม ใช้เป็นส่วนผสมในซอสและแป้งชุบทอด
Read

Egg yolk powder
ไข่แดงชนิดผงที่เป็นไข่แดงล้วน ๆ นำไปผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์ และทำให้เป็นผงโดยวิธีสเปรย์ดราย (Spray dry) ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน และยืดอายุเก็บรักษาได้นานยิ่งขึ้น
Read

Goji berry Extract
ซูเปอร์ฟรุต (Super Fruit) ไม่ว่าจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(Anti-Oxidant) ในกลุ่มโพลิฟีนอล(Polyphenol) และ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid)
Read

Potassium chloride
เป็นเกลือที่ประกอบด้วยโพแทสเซียมและคลอรีนไม่มีกลิ่นมีลักษณะเป็นผลึก ละลายได้ดีในน้ำ และมีรสชาติคล้ายเกลือ จึงมักนำมาใช้ทดแทนเกลือแกง หรือนำมาผสมกับเกลือแกงเพื่อปรับปรุงเป็นเกลือโซเดียมต่ำ
Read

